การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ละสัญโญชน์ : ธรรมของพระอริยเจ้า by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
5 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#309]

ละสัญโญชน์ : ธรรมของพระอริยเจ้า

 

        ความจริงเรื่องสัญโญชน์ ๑๐ ประการนี้ เคยเขียนไว้นานแล้วหลายปี ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจลืมเลือนหรือบางท่านไม่มีโอกาสผ่านตา เลยขออนุญาตถือโอกาสกล่าวถึงอีกครั้งอย่างนี้ครับ

สัญโญชน์ ๑๐ ประการคือ กิเลสอันเป็นเหตุผูกมัดสัตว์โลกไว้ในวัฏสงสาร พึงกำหนดรู้ลักษณะไว้อย่างนี้คือ

๑. สักกายทิฐิ ความเห็นผิดในกายของตน เป็นอัตตาตัวตนของตน ยังไม่เห็นความเป็นอนัตตาอย่างแท้จริง ยังยึดทุกอย่างเป็นตัวกู-ของกู เรียกว่าติดอัตตาอยู่

๒. วิจิกิจฉา คือความไม่แน่ใจว่า พระนิพพานมีจริง เป็นเหตุให้สองจิตสองใจ ข้องขัดในพระธรรมแห่งพระบรมศาสดาจนไม่กล้ามุ่งมั่นปฏิบัติสู่ทางพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

๓. สีลัพพตปรามาส ข้อนี้แยกเป็น ๒ บท คือ สีลวัตตะบทหนึ่ง ปรามาสะบทหนึ่ง สีลวัตตะท่านแยกออกเป็นสองอีก คือ เป็นศีลอันใด วัตรอันนั้นหนึ่ง ศีลอันใดไม่ใช่วัตรอันนั้นหนึ่ง เช่นศีล ๕ เป็นศีลอันใดวัตรอันนั้น คือเป็นศีลด้วยเป็นวัตรด้วย

ส่วนอริยมรรคข้ออื่น เช่น ‘สัมมาสติ’ ไม่ใช่ศีลอันใด วัตรอันนั้น คือเป็นวัตรไม่ใช่ศีล

คำว่า ‘ปรามาสะ’ นั้นแปลว่า ‘การลูบคลำ’ หรือการคลำหา หมายความว่ายังคว้าจับไม่ได้ จับไม่ถึงศีล และวัตรยังเคว้งคว้างอยู่

พระโสดาท่านละสัญโญชน์ข้อนี้ ไม่ใช่ละศีลละวัตร ท่านละการลูบคลำศีล ๕ ซึ่งเป็นศีลด้วย วัตรด้วย หมายถึงท่านไม่ต้องถือศีล ๕ เพราะท่านมีอยู่แล้ว และไม่ต้องไปหาจากศาสนาอื่นอีก เท่ากับรู้ทางที่จะดำเนินขึ้นสู่อริยผลเบื้องบนแน่นอนแล้ว

สามข้อดังกล่าวข้างต้น ผู้ละไม่ถือเป็นพระโสดาบัน คือเป็นผู้รู้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว

๔. กามราคะ ความกำหนัดในกามคุณ ติดใจในกามารมณ์ ความอยากได้ใคร่ดีในกามารมณ์นั้น

๕. ปฏิฆะ ความคับใจ แค้นใจ หงุดหงิดใจ เนื่องด้วยประสบอารมณ์น่าโกรธเคือง (บางแห่งเรียกพยาบาท)

จาก ๑-๕ นี้พระอนาคามีสามารถละโดยเด็ดขาด

๖. รูปราคะ ความติดใจในรูปฌาน หรือรูปธรรมอันเป็นอารมณ์ของจิตใจระดับสูง (ในพระสูตรว่า ความติดใจในภาพวิจิตรเป็นรูปราคะ)

๗. อรูปราคะ ความติดใจในอรูปฌาน หรืออรูปธรรมอันเป็นอารมณ์ของจิตใจชั้นสูง

๘. มานะ ความสำคัญตนผิดไปจากความเป็นจริง ในที่นี้หมายถึงความเคยชินที่เคยถือเป็นมาเหลือติดอยู่ ท่านเปรียบเสมือนผ้าที่ผ่านการซักสะอาดแล้ว แต่กลิ่นน้ำยังติดอยู่ต้องอบให้หายอีกชั้นหนึ่ง

๙. อุทธัจจะ ความฟุ้งไม่สงบราบคาบ เป็นเหตุให้เห็นธรรม ไม่สว่างแจ่มแจ้ง ความตื่นเต้นสะเทือนใจในภาวะจิตใจบางประการ (อุทธัจจะในสัญโญชน์ไม่เหมือนอุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านรำคาญใจในหมวดของนิวรณ์ ๕)

๑๐. อวิชชา คือความรู้ไม่แจ่มแจ้งซึ่งสิ่งทั้งหลาย เป็นเหตุให้หลงและสำคัญผิดไปจากความจริง

พระอรหันต์จะสามารถละสัญโญชน์ทั้ง ๑๐ ประการได้โดยเด็ดขาด!


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com