การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

สัปปายะ ๔ by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
5 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#310]

สัปปายะ ๔

 

       ฤดูฝนนี้ น้ำท่วมหนักในเกือบทุกพื้นที่ คนไทยจำนวนหลายล้านต้องทุกข์ทนกับอุทกภัยนั้นอย่างน่าสงสาร ผู้เขียนเพิ่งกลับจากอีสาน บนเส้นทางที่ผ่าน เห็นทุ่งนาที่เต็มไปด้วยต้นข้าวจมอยู่ใต้ผืนน้ำ แล้วรู้สึกสะเทือนใจ

หยาดเหงื่อแรงงานของชาวนาสูญเปล่า ข้าวที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตตนและคนไทยเสียหายสิ้น เหตุเพราะความมักง่ายเห็นแก่ได้ของคนบางคนจากการตัดไม้ทำลายป่า

เห็นอย่างนี้จึงเกิดคำถามเกี่ยวกับ ‘กรรม’ ขึ้นมาในใจ เพราะแค่เราก่อกรรมกับบุคคลหรือสัตว์ใด ๆ ก็ตามผลของกรรมจะตามเราไปเพื่อให้ชดใช้ในภายภาคหน้า ด้วยพระพุทธเจ้าทรงตรัสยืนยัน

‘กัมมะทายะทะ กัมมะพันธุ กัมมะโยนิ เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์’

ฉะนั้นใครก็ตามที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้จะต้องรับกรรม หนักเบา ตามผลกรรมที่ตนกระทำอย่างแน่นอน

คำถามจึงมีอยู่ว่า คนที่ทำลายชาติ เพื่อผลประโยชน์ของตน หากสร้างความเดือดร้อนให้กับคนมากมาย ไม่ว่าการโกงเงินผลประโยชน์ของคนในชาติ ของนักการเมือง การตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ จะมีผลอะไรในภพชาติข้างหน้าบ้าง

แค่นึกก็ขนหัวลุก เพราะกฎแห่งกรรมก็เหมือนหลักกฎหมาย มีความหนักเบาตามโทษานุโทษของตน เหมือนคดีอุกฉกรรจ์ที่ต้องโทษหนัก ทำหลายครั้งถือเป็นหลายกรรมหลายวาระ ก็ต้องได้รับโทษบวกเข้าไปหลายทบ กลายเป็นติดคุกยาวนาน ตามกรรม ตามวาระนั้นเช่นกัน

มาถึงหัวข้อที่จั่วหัวไว้เลยครับ การปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้นและได้ผลเร็ว จักต้องอาศัยความ สัปปายะ ซึ่งแปลว่า อาศัยสถานที่อันเหมาะสม ซึ่งพระบรมศาสดาทรงแสดงไว้หลายปริยาย เมื่อประมวลแล้วต้องเป็นที่ประกอบด้วยความสัปปายะ ๔ ประการ ดังนี้

๑. อาวาสสัปปายะ คือ ที่อยู่อันเหมาะสม ซึ่งผู้ปฏิบัติมีอิสระจะอยู่ได้อย่างสบาย เวลากลางวันปราศจากความพลุกพล่าน กลางคืนสงัดเงียบ ปราศจากสัตว์ร้าย น้ำใช้น้ำดื่มมี และหาได้ง่าย ที่สำคัญมีพระเถรจารย์ซึ่งอาจแก้ความสงสัยด้านการปฏิบัติ อากาศปลอดโปร่งถูกกับธาตุขันธ์ของผู้ปฏิบัติ ชวนให้ทำความพากเพียร

๒. บุคคลสัปปายะ บุคคลเหมาะสม คือผู้อยู่ร่วมกันก็ดี ผู้ไปมาหาสู่กันชั่วคราวก็ดี เป็นที่ถูกอัธยาศัยกัน สามารถเกื้อกูลกันในสัมมาปฏิบัติได้ อย่างน้อยก็ต้องไม่เป็นภัยแก่กัน ทั้งผู้ปกครองเขตแดนก็เป็นผู้มีอัธยาศัย อำนวยความสะดวกให้ตามสมควร ไม่เบียดเบียนข่มเหง หรือว่ากล่าวเสียดสีให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ

๓. อาหารสัปปายะ คืออาหารเหมาะสม เป็นอาหารที่ถูกกับธาตุขันธ์ของตน กินแล้วไม่ทำให้กิเลสฟุ้ง ไม่ทำให้ร่างกายมีการอ่อนเพลีย-มึนเมื่อย-ง่วงซึม หากทำให้ร่างกายมีกำลังแข็งแรง ทนทานกับการทำความเพียร ทำให้จิตใจแจ่มใสไม่ท้อแท้อ่อนแอ ชวนให้ทำความเพียร

๔. ธัมมสัปปายะ ข้อปฏิบัติเหมาะแก่จริต คือกรรมฐานที่นำมาปฏิบัติ เลือกมาจากข้อปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง สามารถข่มปราบกิเลสอันเป็นเจ้าเรือนลงได้ ได้ฟังธรรม ฟังวินัยสะดวก และข้อธรรมข้อวินัยที่ได้ฟังก็ดี อุบายปัญญาที่ปรากฏแก่ใจตนก็ดี สามารถข่มปราบกิเลสได้ดี

ครับ สัปปายะ ๔ ประการนี้ ผู้เป็นบรรพชิตสามารถหาให้ครบบริบูรณ์ได้ เพราะมีชีวิตอิสระไม่มีธุระกังวล ในอาชีพผูกพันกับคนเหมือนคฤหัสถ์

หากแต่ผู้ครองเรือนก็สามารถเลือกเป็นหนทางแห่งความสัปปายะได้เช่นกัน โดยสามารถทำบ้านของตนให้เป็นวัด เป็นสถานที่สะอาดสงบ

เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ลดอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน รู้จักการอ่านหนังสือธรรมะ หาเวลาพูดคุยกับผู้รู้ หรือเดินทางไปกราบครูบาอาจารย์เป็นครั้งคราว เพื่อสอบถามข้อขัดข้องใจในการปฏิบัติ

บางคนอาจส่ายหน้าเพราะอยู่กับครอบครัวที่แสนวุ่นวาย ขอแนะนำอย่างนี้ครับ

๑. ให้ใช้การอธิษฐานทางจิต...กำหนดให้ที่ที่วุ่นวายเป็นสถานที่วิเวกในใจ

๒. จงเชื่อในหลักแห่งความพากเพียรพยายาม แม้สถานที่ไม่สัปปายะเท่าที่ควร ทว่าแม้ทำบ่อย ๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ ผลที่ตามมาคือความสำเร็จเช่นกัน แม้ว่าอาจต้องใช้เวลานั้นมากกว่าก็ตาม

๓. รู้จักเลือกเวลาปฏิบัติ ซึ่งในแต่ละวันในครอบครัวจะมีระยะเวลาสั้น ๆ ที่สงบ หรือว่างเว้นจากความวุ่นวาย เราต้องรีบคว้าเวลานั้นเอาไว้เพื่อการปฏิบัติ...โดยเฉพาะอย่าเกียจคร้าน หรือผัดวันประกันพรุ่ง

สามประการดังที่กล่าวไว้ก็จะสามารถปลุกปลอบหัวใจ และจิตของตนให้อยู่กับการปฏิบัติได้พอสมควรครับ

ท้ายสุด ขออวยพรให้ผู้อ่านธรรมะ ๕ นาที จงเป็นผู้มีชัยชนะเหนือกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญาธรรมแห่งการปฏิบัติโดยถ้วนกัน!


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com