
‘วิธีผ่อนกรรม...’
วันนี้ผมขอเริ่มต้นธรรมะ 5 นาที ด้วยการตอบจดหมายจากท่านผู้อ่านสักฉบับ หลังจากที่ได้ว่างเว้นมานาน
จดหมายฉบับนี้มาจากคุณรุ่งอรุณ จ.สมุทรปราการ ความจริงคุณรุ่งอรุณสอดซองติดแสตมป์มาด้วย เพื่อให้ผู้เขียนตอบเป็นการส่วนตัว แต่เพราะเห็นว่าจดหมายฉบับนี้ตรงกับความตั้งใจในหัวข้อครั้งนี้อยู่แล้ว จึงขออนุญาตนำลงตีพิมพ์ในขวัญเรือน หวังว่าคุณรุ่งอรุณคงไม่ว่าอะไรนะครับ ถือว่าเป็นการทำกุศลร่วมกัน...
เรียน คุณภูเตศวร
ดิฉันได้อ่านธรรมะ 5 นาที จากขวัญเรือน ก็รู้ซึ้งเกี่ยวกับพุทธศาสนามากขึ้น เมื่อตอนเด็ก ๆ ดิฉันเป็นลูกชาวนา ต้องรับหน้าที่เลี้ยงควาย ด้วยความคึกคะนอง และไม่เข้าใจบาปบุญคุณและโทษ จับกลุ่มกับเพื่อนสมาคมเลี้ยงควาย ไล่จับตั๊กแตน บางวันก็นำไปประกอบอาหาร คุณอาจจะไม่เชื่อ ตั๊กแตน 7-8 ตัวทำน้ำพริกกินได้ทั้งครอบครัว บางวันก็จับด้วยความสนุก จับได้แล้วก็นำมาบีบตาให้บอดค่อยปล่อยไป เจ้าตั๊กแตนโชคร้ายก็บินว่อนโดยไม่รู้ทิศทาง พวกเราชอบใจกันใหญ่ และด้วยความอยากอวดว่าเก่ง เคยเชือดคอไก่ นำมาให้แม่ทำอาหาร
ทุกวันนี้ สายตาดิฉันเมื่อเจอแสงแดด น้ำตาจะไหลพราก ต้องหลับตาเดิน นึกถึงสภาพตั๊กแตนตอนนั้น กับดิฉันตอนนี้ไม่ผิดจากกันเลย เวลานอนจะรู้สึกเสียวลำคอต้องหาผ้ามาปิดถึงจะนอนหลับ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนองคืนแน่แท้ ตอนนี้ดิฉันสำนึกในกรรมนั้นอยู่ทุกวัน
ท้ายสุดอยากรบกวนคุณ เรื่องโต๊ะหมู่บูชาตั้งทางทิศไหน มีความหมายอย่างไร เพราะดิฉันอ่านเจอว่าตั้งทางทิศเหนือเสมอตัว ทางทิศใต้นำทุกข์หรืออะไรทำนองนี้ ดิฉันจำไม่ได้ ตัวบ้านของดิฉันหันหน้าไปทางทิศใต้ ช่วยตอบด้วยนะคะ
รุ่งอรุณ
ความจริงคุณรุ่งอรุณไม่ได้ถามถึง การแก้ปัญหาเรื่องการก่อกรรมกับสัตว์เอาไว้ในสมัยเป็นเด็กวัยคะนอง เขียนมาคล้าย ๆ จะปรารภให้ฟังเท่านั้น ส่วนคำถามกลับเป็นทิศทางของการตั้งโต๊ะหมู่บูชา แต่เห็นว่าหนทางแก้ทุกข์ผ่อนกรรมที่คุณกำลังประสบ เป็นเรื่องสำคัญกว่า อีกทั้งท่านผู้อ่านท่านอื่นจะได้ประโยชน์ด้วย จึงขอตอบโดยรวมทั้งสองประการ
เรื่องการตั้งโต๊ะหมู่บูชา ผู้เขียนเคยเขียนลงคอลัมน์นี้มาครั้งหนึ่งโดยละเอียดแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ จึงไม่ขอนำมาฉายซ้ำอีก แต่ขอแนะนำว่า พุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราเชื่อถือโชคลางหรือทิศทางอะไร มากไปกว่าการกระทำความดี ต่อให้ตั้งโต๊ะหมู่สวย ๆ ราคาแพง ทิศทางถูกต้องตามตำราทุกอย่าง แต่ถ้าเจ้าบ้านไม่เคยเข้าห้องพระเพื่อสวดมนต์ภาวนา โต๊ะหมู่หรือพระที่ตั้งเอาไว้ก็ไร้ความหมายต่อตนโดยสิ้นเชิง
และต่อให้ในบ้านไม่มีโต๊ะหมู่หรือพระบูชาแม้แต่องค์เดียวหากเจ้าบ้านหมั่นสวดมนต์ภาวนาปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมตลอดเวลา... ‘มงคล’ ก็จะสถิตอยู่ในกายเสมอเช่นกัน ฉะนั้นคุณรุ่งอรุณอย่าได้กังวลเรื่องทิศทางเลยครับสะดวกอย่างไรก็ตั้งอย่างนั้น ขอให้สะดวกในการจัดวางให้เหมาะสมกับบ้านเราเป็นดีที่สุด
พระย่อมเป็นพระเสมอ ไม่ว่าจะหันไปทิศทางไหน?
มาถึงเรื่องผลกรรมที่คุณเชื่อว่าเกิดจากการทำร้ายตั๊กแตน กับการเชือดคอไก่กันดีกว่า
ถ้านับถือศาสนาพุทธเราต้องเชื่อเรื่อง ‘กรรม’ เพราะไม่เชื่อเรื่องเวรกรรมหรือบาปบุญคุณโทษ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะนับถือศาสนา ฉะนั้นการที่เราเกิดมาเป็นคนในทุกวันนี้ก็ล้วนเกิดแต่กรรมทั้งสิ้น...กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์โลกให้โง่หรือฉลาด สวยหรือขี้เหร่ จนหรือรวย ฯลฯ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการส่งผลของกรรมจะเบาหรือรุนแรง เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับน้ำหนักของการกระทำของตนและภาวะจิตใจของเราเป็นสำคัญ
ยกตัวอย่างเช่น เราจำเป็นต้องฆ่าไก่ตัวหนึ่งเพื่อนำมาประกอบอาหารให้ตัวเองและลูก ๆ กิน ถามว่ามีกรรมไหม ต้องตอบว่ามี...เพราะเป็นการล่วงศีลข้อปาณาติบาต แต่ก็ยังเบากว่าการฆ่าไก่ตัวนั้นด้วยความสนุกสนานเท่านั้น คราวนี้มาเปรียบเทียบระหว่างการฆ่าไก่ตัวหนึ่งกับการฆ่าคน... การฆ่าคนผลกรรมก็จะหนักมากกว่า แต่การฆ่าคนธรรมดาก็ยังบาปน้อยกว่าการฆ่าบิดามารดา หรือฆ่าพระอรหันต์อีก ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติกรรมในหมวดอนันตริยกรรม ซึ่งเป็นกรรมหนักมากจนถึงกับห้ามมรรคผลนิพพานใด ๆ จนกว่าจะใช้กรรมนั้นก่อน มี 4 อย่าง
หนึ่ง... ทำพระพุทธเจ้าเพียงห้อพระโลหิต
สอง... ฆ่าบิดามารดา
สาม... ฆ่าพระอรหันต์
สี่... ทำสังฆเภท (ทำให้สงฆ์แตกแยก) อยากให้กลับไปอ่านธรรมะ 5 นาที ในหัวข้อเรื่องกรรมในฉบับก่อน ๆ อีกครั้ง จะได้กระจ่างว่ากรรมหนักเบาแต่ละหมวดคืออะไรบ้าง
ครับ กรรมอันเกิดจากผลแห่งการกระทำใด ๆ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว ไม่มีทางสูญหายหรอกครับ แต่ ‘เร็ว’ หรือ ‘ช้า’ ขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติของตัวเราเองด้วยครับ ในกรณีของคุณรุ่งอรุณผมขอแนะนำว่า...
อย่างแรก คุณต้องลืมสิ่งที่ตนกระทำต่อสัตว์เหล่านั้นให้เร็วที่สุด...
อย่าไปย้ำคิดกับการกระทำนั้นตลอดเวลา เพราะการย้ำคิดจะทำให้คุณเป็นทุกข์มากยิ่งขึ้น อย่าลืมว่าจิตเราเป็นพลังงาน ความคิดทำให้กรรมนั้นส่งผลเร็วขึ้นกว่าปกติ การเลิกคิดก็เหมือนการยกแท่งเหล็กออกจากกองไฟ ถ้าคุณถือแท่งเหล็กไว้ในมือ ความร้อนก็จะวิ่งผ่านถึงมือคุณเป็นธรรมดา
‘พุทธ’ สอนให้คุณวาง... ไม่ว่าจะเป็นสุขหรือทุกข์ เพราะวางแล้วจะ ‘ว่าง’ จิตว่าง ใจจะสงบ
สอง... ทำบุญกุศลให้มากขึ้น จะเป็นการทำสังฆทานหรือเป็นเจ้าภาพกฐินผ้าป่าก็ได้ แล้วอุทิศส่วนกุศลนั้นให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เราทำกรรมต่อเขาไว้ สม่ำเสมอ
สาม... สวดมนต์ให้บ่อยขึ้น และแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์อยู่เสมอ การสวดมนต์กับการแผ่เมตตาจะทำให้จิตใจสงบ กระแสเย็นของเมตตาจะช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส จิตมีสุขภาพดี กายก็จะดีไปด้วย
สี่... ประการสุดท้าย เป็นประการสำคัญที่สุด คือการตั้งสัจจะที่จะเลิกเบียดเบียนสัตว์ เลิกฆ่าสัตว์ ตั้งสัจจะที่จะทำสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอ
ประการสุดท้ายนั้นคุณรุ่งอรุณอาจจะบอกว่าทุกวันนี้ไม่ทำแล้วก็ตาม แต่อยากให้คุณตั้งสัจจะให้เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อเป็นการตอกย้ำต่อจิตตน สำหรับวางอุปาทาน ให้ฝังลึกลงในจิตให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ทั้งสี่ประการนี้ เชื่อว่าสามารถทำให้คุณรุ่งอรุณหายจากอาการดังกล่าวได้ในเร็ววัน เพราะ ‘กรรม’ ที่คุณบอกเล่ามายังไม่ถือเป็นกรรมหนักอะไรนัก เป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในสมัยเยาว์วัย...
ยังไม่สายหรอกครับ ในการเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี เพื่อลุแก่โทษนั้น ขอเพียงคุณตั้งใจทำ อย่างประณีตตั้งแต่วันนี้ ด้วยศีล ทาน ภาวนา
ดูอย่างพระองคุลีมาลนั่นปะไร ฆ่าคนตั้งมากมายยังบรรลุอรหันต์ได้ เพราะท่านรู้จักละวางลง และตั้งมั่นในศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่!
ครับ... ธรรมะ 5 นาที ในวันนี้เป็นการตอบจดหมายเพียงฉบับเดียวแต่ยืดยาวมาจนหมดโควต้าหน้ากระดาษแล้ว ขอจากลาท่านทั้งหลายไปเพียงเท่านี้
ขอบคุณครับ!
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com