
หลวงปู่ บุญจันทร์ กมโล
เมื่อประมาณปี 2537 จำได้ว่าเคยเขียนถึงหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล ในคอลัมน์นี้ครั้งหนึ่ง โดยเล่าถึงความประทับใจของตัวเองที่มีโอกาสกราบนมัสการท่าน จากนั้นในปีถัดมา เราสองคนหมายถึงผู้เขียนกับคุณทมยันตีได้ขึ้นไปที่วัดป่าสันติกาวาส เพื่อเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมในงานศพของหลวงปู่ด้วยความอาลัย
“เสียดายเหลือเกิน...” เป็นความรู้สึกที่หลุดออกจากปากของคุณทมยันตีด้วยเหตุผลสองนัยในวันนั้น
ประการที่หนึ่งคือ...เพราะความเสียดายในปฏิปทาข้อวัตรอันงดงามของหลวงปู่ ซึ่งจะเป็นที่พึ่งของตนและชาวบ้านอย่างหาที่เปรียบมิได้ ธรรมะใด ๆ ที่กล่าวออกโดยวาจาของหลวงปู่ไม่ว่าสั้นหรือยาว ล้วนเป็นธรรมะอันยิ่งใหญ่เป็นหลักชัยแห่งพระศาสนาโดยแท้จริง
วันที่หลวงปู่มรณภาพ หลวงปู่มหาบัว ญาณสัมปันโนแห่งวัดป่าบ้านตาดได้ประกาศอย่างมั่นใจ
“ท่านบุญจันทร์ เป็นพระอรหันต์ที่ยิ่งใหญ่ !”
หลังพิธีประชุมเพลิง ประจักษ์พยานอันสำคัญก็บังเกิด... ‘อัฐิและอังคารธาตุของหลวงปู่บุญจันทร์ได้กลายเป็นพระธาตุ’ ดังที่ผู้เขียนกราบขออนุญาตถ่ายรูปมาแสดงแล้วในครั้งนี้
ประการที่สอง ที่คุณทมยันตีเสียดายคือ วาจาสุดท้ายของหลวงปู่ที่กล่าวกับเราด้วยความเมตตา
“ระวังนะ ฝ่ายตรงข้ามมีเงินเยอะ ว่าง ๆ หาโอกาสขึ้นมานะ แล้วค่อยคุยกัน” หากแต่จนแล้วจนเล่าด้วยงานที่มากมายของเราสองคน กับความนึกไม่ถึงว่าหลวงปู่จะปลงสังขารเร็วอย่างนั้น
ความกระจ่างทั้งปวงจึงยังเป็นความมืดดำในหัวใจเราต่อไป
หลังงานศพของหลวงปู่ผ่านไปเป็นปี ๆ ผู้เขียนเพิ่งมีโอกาสได้ย่างกรายเข้าไปที่วัดป่าสันติกาวาสอีกครั้งเมื่อวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา และได้กราบนมัสการท่านพระครูเมตตากิตติคุณ หรือพระอาจารย์สมหมาย อตฺตมโน ผู้เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่บุญจันทร์อย่างยิ่ง ซึ่งปัจจุบันท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดป่าสันติกาวาสสืบต่อจากหลวงปู่อยู่ขณะนี้
วันนั้นที่เข้าไปกราบท่านพระอาจารย์สมหมายหรือท่านพระครูเมตตากิตติคุณ มีคุณอนุชิต ปุรสาชิตไปด้วย คุณอนุชิตเป็นศิษย์ฆราวาสที่ใกล้ชิดกับหลวงปู่อีกผู้หนึ่งที่ทำคุณประโยชน์ให้กับวัดป่าสันติกาวาสมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยครั้งหลวงปู่ยังมีชีวิตจนบัดนี้ก็ยังแวะเวียนมาทำบุญอยู่ด้วยเสมออย่างไม่ว่างเว้น
เมื่อเข้าไปถึงวัดกราบนมัสการท่านเจ้าอาวาสเสร็จแล้ว จึงรู้ว่าขณะนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่กำลังดำเนินการสร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุกับเครื่องบริขารของหลวงปู่อยู่ จะอย่างไรผู้เขียนก็ถือว่าตนเป็นศิษย์ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ปวารณาตัวกับท่าน จึงถวายปัจจัยสมทบไปจำนวนหนึ่ง พร้อมตั้งสัจปฏิญาณ
เราจะพยายามช่วยทำให้เจดีย์สำเร็จลุล่วงสมเจตนารมณ์ของท่านพระครูเมตตากิตติคุณ เท่าที่จะทำได้
ก่อนกราบลา ท่านเจ้าอาวาสได้มอบอัฐที่กำลังกลายเป็นพระธาตุของหลวงปู่ให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่ง พร้อมกับฝากไปให้คุณทมยันตีด้วย ต้องยอมรับเลยว่าไม่มีปีติใดบังเกิดกับใจตนเท่าครั้งนี้...เพราะไม่เคยนึกฝันว่าตนจะได้มาโดยง่าย ท่านทั้งหลายอย่าตำหนิเลยครับว่า ภูเตศวรยึดติดกับธาตุดินมากกว่าธรรมะบริสุทธิ์ของหลวงปู่
เพียงแต่ผู้เขียนถือเป็น ‘มงคล’ แห่งชีวิต
มงคลที่เป็นพรของหลวงปู่ เป็นข้อยืนยันว่า สิ่งที่คิดหมายและอธิษฐานในใจจะสำเร็จกิจตามประสงค์
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ท่านพระครูเมตตากิตติคุณยังมอบพระรูปหล่อเหมือน ที่มีเพียงรุ่นเดียวชุดทองคำชุดสุดท้ายที่ท่านเก็บเอาไว้ให้ผู้เขียนอีก
พระคุณนี้ จะขอจดจำจนชีวิตหาไม่!
ขอตบท้ายด้วยพระพุทธดำรัสแก่สามเณรอจีรวตะ ผู้ อัคคิเวสนโคตร ณ เวฬุวัน เพื่อเป็นการรำลึกถึงหลวงปู่ บุญจันทร์ กมโล (ผู้งามเหมือนดอกบัว) ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง
‘ภิกษุนั้นรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์จบแล้ว กิจควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นที่ต้องทำเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก
ภิกษุนั้น...ย่อมเป็นผู้อดทนต่อความเจ็บ ความร้อน ความหิว ความกระหาย และสัมผัสอันเกิดจากเหลือบยุง ลมแดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย เป็นผู้ที่มีชาติบุคคล ผู้อดกลั้นได้ต่อถ้อยคำกล่าวร้าย กล่าววาจาไม่ดี อดทนต่อทุกขเวทนาทางกาย อันเกิดขึ้นแล้วอย่างกล้าแข็งแสบเผ็ด หมดความสำราญเบิกบานใจ ปลิดเสียได้ซึ่งชีวิต
ภิกษุนั้นเป็นผู้มีราคา โทสะ โมหะ อันจำกัดเสียได้สิ้นแล้ว มีกิเลสย้อมใจดุจน้ำฝาดอันตนสำรอกเสียได้แล้ว เป็นอาหุเนยยบุคคล เป็นปาหุเนยยบุคคล เป็นทักขิเนยยบุคคล เป็นผู้ควรกราบไหว้เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นใดยิ่งไปกว่า...’ (พระบาลีทันตภูมิสูตร อุปริ.ม.14/267/386)
สวัสดีครับ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com