
หมู่นี้ไม่รู้เป็นยังไง ตื่นเช้าขึ้นมา สิ่งที่เคยทำเป็นกิจวัตรคือการหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ถึงตอนนี้รู้สึกเบื่อหน่ายเกียจคร้านเป็นอย่างยิ่ง เพราะแค่อ่านพาดหัวข่าวก็แทบจะเบือนหน้าหนีแล้ว...
ข่าว ‘ฆ่า’ กันมีให้เห็นทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังพอทำเนา แต่ที่เห็นขุดเรือโบราณขึ้นมา หรือสัตว์อะไรต่อมิอะไรเกิดมาผิดแผกไปจากธรรมชาติหน่อย ก็ไปกราบไหว้ขอหวยขอโชคลาภกันให้คึ่กไปหมด
เห็นแล้วยังนึกไม่ออกว่าไอ้เรือโบราณกับเดรัจฉานพิกลพิการเหล่านั้น จะแก้ทุกข์แก้โศกให้มนุษย์ได้อย่างไร เพราะแม้แต่ตัวมันเองยังต้องเกิดมาในภูมิภพอันต่ำต้อยอย่างนั้นด้วยผลกรรม แถมเลยร้ายกว่ามนุษย์หลายเท่า
แต่คนไทยที่ได้ชื่อว่าชาวพุทธกลับไปกราบกรานกันมืดฟ้ามัวดิน...
ศาสนาพุทธสอนให้เรารู้จักพึ่งพาตัวเอง สอนให้รู้จักใช้ปัญญาแก้ทุกข์ หลุดพ้นจากทุกข์ พระบรมศาสดามิเคยสั่งสอนให้เรานับถือศรัทธาสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยไม่รู้จักไตร่ตรองพิจารณาเสียก่อน
แม้แต่พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์หรือตัวพระองค์เองก็ดี...ทรงรับสั่งเลยเทียวว่า... ‘อย่าเชื่อเราตถาคต จนกว่าจะได้ปฏิบัติพิสูจน์จนเห็นจริงเสียก่อน...’
เคยกล่าวไว้แล้วว่า ศาสนาพุทธไม่เคยเสื่อม เพราะศาสนาคือ ‘ธรรมะ’ อันบริสุทธิ์ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและตรัสสั่งสอนสัตว์โลก ‘ธรรม’ คือ ‘ความถูกต้อง’ เป็นสัจจะที่มีมาก่อนกัปก่อนกัลป์ มีมาก่อนพระพุทธองค์ทรงกำเนิดด้วยซ้ำ และพระองค์ทรงยกย่องพระธรรมเป็นยิ่งกว่าสิ่งใด ดังที่ทรงตรัสเอาไว้ในมหาปรินิพพานสูตรว่า...
‘ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต...’
เช่นเดียวกับครั้งที่พระบรมศาสดาทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่แล้วที่จะปลงมายุสังขาร พระอานนท์ได้กราบทูลถามว่า
“เมื่อพระองค์ทรงดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว พุทธบริษัทจะยึดถือสิ่งใดแทนพระองค์เล่า ?”
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงตรัสตอบว่า
“ดูก่อนอานนท์ เมื่อเราตถาคตละสังขารนี้สู่แดนนิรวาน ธรรมวินัยและธรรมที่เราตรัสไว้โดยชอบจะเป็นศาสดาแทนเรา”
ฉะนั้นในฐานะเราซึ่งเป็นชาวพุทธ ไฉนเลยจึงไม่ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นศาสดาของตนอย่างถูกต้อง ในพระคัมภีร์บอกไว้ชัดเจน
ภูมินรก เปรต อสูรกาย และเดรัจฉาน เป็น ‘ทุคติภูมิ’
พรหมโลก...เทวโลก และมนุษย์ คือ ‘สุคติภูมิ’
เมื่อเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลอันใด ‘เรา’ ซึ่งเป็นสัตว์โลกที่อยู่ในภูมิที่ประเสริฐกว่า จึงต้องหันไปกราบไหว้สัตว์เดรัจฉานที่เกิดมาพิกลพิการด้วยผลกรรมอยู่เล่า...?
เรือโบราณ...ที่ขุดพบก็ไม่ต่างกัน เรือโบราณก็ไม่ต่างกับเรือปัจจุบันเท่าใดนัก เพราะอีกร้อยปีพันปีข้างหน้า เรือสมัยนี้ก็จะเป็นเรือโบราณในสมัยหน้าเช่นกัน
รถ...เรือ ผุ ๆ พัง ๆ จะแก้ทุกข์ให้กับมนุษย์ได้ตรงไหน?
ก็ตัวเรือเองยังช่วยตัวมันเองไม่ได้เลย ถ้าช่วยตัวเองได้คงไม่จมอยู่ในดินในโคลนมาเป็นร้อย ๆ ปีหรอก จริงไหม?
ครับ...ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว วันนี้ขอพูดไปซะทีเดียวเลย ระยะนี้ เจ้าลัทธิ เจ้าความเชื่อทั้งหลายผุดกันเป็นดอกเห็ด สอนกันไปคนละทิศคนละทาง อ้างพลังโน่นพลังนี่ให้วุ่นวายไปหมด ท้ายสุดเมื่อไม่นานมานี่หนังสือพิมพ์ลงข่าวหัวเป้ง ๆ...
‘...ฤๅษีสอนเพ่งอาจมเพื่อความพ้นทุกข์หลุดพ้น’
คนทั้งหลายก็แห่กันไปกราบไหว้ ไปให้แก้ทุกข์จนล้นอาศรม
ล่าสุด...ข่าวออกมาว่า ตำรวจกำลังล่าตัวเอาไปดำเนินคดีอยู่ เพราะเหตุทั้งปวงนี่แหละ จึงต้องขอหยิบยกเรื่องนี้มาพูดถึงสักนิด ในฐานะคนไทยส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนาเป็นศาสนาของตน เป็นศาสนาของชาติ จึงควรหรือไม่ที่ต้องทบทวนความจริงที่ว่า
พระพุทธเจ้าไม่เคยสั่งสอนพุทธบริษัทของพระองค์ให้เชื่อหรือศรัทธาบุคคลหนึ่งบุคคลใด สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพียงแค่สิ่งนั้นบุคคลนั้นน่าเชื่อถือ
แต่ทรงกล่าวเตือนให้เชื่อหลังจากพิจารณาด้วย สติ และปัญญาแล้วเท่านั้น...
หัวใจของศาสนาพุทธคือ...อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมทั้งหลายไว้อย่าง ละเอียดถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หากย่อลงแล้วเหลือเพียง ‘ไตรสิกขา’ อันประกอบด้วย...
ศีล...สมาธิ และปัญญา...
และทั้งสามประการรวมลงที่ ‘ใจ’ ตัวเดียวทั้งหมด...เพราะถ้าเราสามารถรักษาใจให้บริสุทธิ์ได้เสมอ มีสติระลึกรู้อยู่ในสัมมาทิฏฐิ
ทุกอิริยาบถ...กิเลสตัณหาตัวไหนจะมาสร้างทุกข์ให้เราได้อีก...มิเพียงธรรมที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้จะเป็นอกาลิโก คือไร้ขอบเขตแห่งกาลเวลา ซึ่งหมายถึงทันสมัยใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย ไม่เคยล้าหลังเท่านั้น แต่ยังกล้ากล่าวได้ว่า...
ขอเพียงใครก็ได้ ได้น้อมสู่ใจและปฏิบัติจริง จะเห็นผลแจ่มชัดได้ด้วยตนเอง...
วันนี้หยุดพิจารณาสักนิดเถิดชาวพุทธ เราทั้งหลายได้แสวงหาทางก้าวหน้าในชีวิต แสวงหาทางสว่างของวิญญาณด้วย ‘มรรค’ อันมีองค์แปดที่พระองค์ทรงสั่งสอนหรือยัง ถ้าท่านทำแล้วและไม่เห็นผล...
ค่อยวิ่งไปหาสิ่งยึดมั่นถือมั่นนอกเหนือจาก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ยังไม่สาย
การปฏิบัติธรรมสมาธิ...สร้างพลังจิตพลังใจ โดยแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติและสั่งสอนไว้เป็นสัมมาสมาธิโดยชอบแล้ว
จงทำด้วยความตั้งใจ ด้วยความเพียรก็จะเห็นผล...
เลิกบ้า...เลิกบอเถอะครับ กับการยึดถือการทดลองไปตามคำชวนเชื่อไปเรื่อย ๆ จะเสียเวลาไปเปล่า ๆ
ในเมื่อเห็นกันชัด ๆ อยู่แล้วว่า พระอริยเจ้าทั้งหลายที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างหลวงปู่...หลวงพ่อสายพระกรรมฐานที่ล่วงลับดับสังขารไปแล้ว อัฐิของท่านยังกลายเป็นพระธาตุได้ แค่นี้ยังไม่พอให้เราท่านได้พิสูจน์อีกหรือ?
แล้วยังจะต้องไปแสวงหาอะไร...ตรงไหนอีกถึงจะพอ?
สุดท้ายสำหรับวันนี้ อยากบอกท่านทั้งหลายสักนิดว่า...
การปฏิบัติเพื่อมรรคผลเพื่อหนทางพ้นทุกข์นั้น...ต้องทำอย่างจริงจังมีความเพียรพยายามอย่างแท้จริง
อย่าทำเพื่อให้ใครเขายกยอ หรือเป็นแฟชั่น...
อย่าทำเพื่อให้ใครชื่นชม...แต่ทำเพราะเราเป็นชาวพุทธ เป็นพุทธบริษัทที่ดี
‘พุทธบริษัท’ ที่มิให้บริษัทแห่งพุทธล้มละลาย!
สมดังพระพุทธองค์ทรงต้องการให้พุทธบริษัทของพระองค์ได้ก้าวสู่แดนนิพพานพ้นทุกข์โดยถ้วนหน้า...ทุกคน
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com