อิทธิวิธีและฤทธิ์ต่...
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

อิทธิวิธีและฤทธิ์ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา by ธรรมะฝึกจิต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
3 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#132]

อิทธิวิธีและฤทธิ์ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา

         สืบเนื่องจากฉบับที่ผ่านมาก ผู้เขียนได้กล่าวถึงฤทธิ์ ที่มีมาแต่ดั้งเดิมของมนุษย์ทุกคนและสามารถใช้ได้ในทันทีถ้าต้องการ ส่วนการจะประสบผลเร็ว หรือมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับบุญ...บารมีเดิมที่สั่งสมมา เพราะเหตุนี้จึงทำให้มีผู้สงสัยในเรื่องราวแห่ง ‘ฤทธิ์’ สอบถามกันมาหลายราย ดังรายละเอียดจากจดหมายฉบับนี้ของคุณเมทนี ทรัพย์สีแดง จากจังหวัดนครปฐม ดังนี้ครับ

         คุณภูเตศวรที่นับถือ...

         อ่านคอลัมน์ธรรมะ 5 นาทีมาโดยตลอด เพราะอ่านเข้าใจง่าย ดิฉันเริ่มรู้จักการปฏิบัติสมาธิมาไม่นาน แต่ระยะหลังตั้งใจทำทุกวันโดยใช้เวลาวันละไม่กี่นาที เพราะไม่ค่อยมีเวลามากนัก เพราะที่บ้านทำการค้าและค่อนข้างจะยุ่งพอสมควร ทั้งนี้เพราะเคยอ่านพบข้อเขียนของคุณที่ว่า ‘ทำน้อยแต่ให้ทำเป็นประจำจะได้ผลกว่าทำเยอะเป็นชั่วโมง แต่ทิ้งช่วงหลาย ๆ วัน หลาย ๆ อาทิตย์ทำสักที ทำสมาธิต้องทำโดยกำหนดว่าเป็นหน้าที่ต้องทำทุกวัน’

         ที่เขียนมาถามก็เพราะเคยได้ยินว่าการทำฤทธิ์มีหลายแบบ หลายวิธี ก็เลยอยากรู้ตามประสาคนจิตโลดโผน ขอความกรุณาจากคุณภูเตศวร โปรดช่วยจำแนกแจกแจง ให้หายสงสัยสักทีจะเป็นพระคุณยิ่ง

         ครับ ความจริงจดหมายมาค่อนข้างยาว แต่ผู้เขียนขออนุญาตตัดทอนเอาเฉพาะใจความสำคัญไว้เท่านั้น เพื่อไม่ให้เปลืองหน้ากระดาษ

         คำว่าฤทธิ์ ในภาษาไทยเราแปลความแบบพื้น ๆ ก็คือการทำสิ่งอัศจรรย์สำเร็จได้ เกินวิสัยธรรมดาสามัญของคนทั่วไป การจำแนกประเภทของฤทธิ์ต้องยกเอามาจากพระคัมภีร์ในพระบาลีมากล่าว และพระบาลีจำแนกฤทธิ์เอาไว้ 10 ประการ ดังนี้

1. อธิษฐานฤทธิ์ คือฤทธิ์ที่ต้องอธิษฐานให้สำเร็จ

2. วิกุพพนาฤทธิ์ ฤทธิ์ที่ต้องทำอย่างผาดแผลง

3. มโนมัยฤทธิ์ คือฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยใจ

4. ญาณวิปผาราฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยกำลังญาณ

5. สมาธิผาราฤทธิ์ คือฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยอำนาจสมาธิ

6. อริยฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยวิสัยของพระอริยเจ้า

7. กัมมวิปากชาฤทธิ์ ฤทธิ์ที่เกิดขึ้นแต่ผลกรรม

8. บุญญฤทธิ์ ฤทธิ์ของผู้มีบุญญาธิการ

9. วิชชามัยฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยวิชาหรือวิทยา

10. สัมปโยคปัจจยิชฌนฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยการประกอบกิจกุศลให้สำเร็จไป

           ฤทธิ์ทั้ง 10 ประการดังกล่าว ผู้เขียนขอขยายความเพิ่มเติมเป็นแต่พอสังเขป ดังนี้

           อธิษฐานฤทธิ์ เป็นฤทธิ์ที่ต้องอธิษฐานให้สำเร็จ เป็นข้อมุ่งหมายของอิทธิวิธีโดยเฉพาะ เป็นฤทธิ์ที่มีความหมายครอบคลุมกว้างขวาง เป็นกุญแจของผู้ทรงฤทธิ์ทั้งปวงที่ต้องใช้ ต่อให้ผู้ได้สมาบัติขั้นใด ผู้มีบุญญาฤทธิ์เหล่าใด แม้นจะใช้ฤทธิ์ก็ต้องอธิษฐานทุกครั้ง เรียกว่าเป็นการอธิษฐาน ให้เป็นไปถึงเจตนาของตน

           วิกุพพนาฤทธิ์ ฤทธิ์ที่ต้องทำอย่างผาดแผลง ท่านยกตัวอย่างพระสาวกของสมเด็จพระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีพระนามว่าอภิภู ไปยืนอยู่ในพรหมโลก การแสดงตนสำแดงกายให้ผิดเพี้ยนไปเป็นครุฑ เป็นนาค เป็นเสือ ฯลฯ

ในสมัยแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเรามีพระสาวกหลาย ๆ องค์สามารถทำได้ แม้พระเทวทัตต์ก็สามารถทำฤทธิ์ชนิดนี้ให้พระเจ้าอชาติศัตรูเห็นจนเลื่อมใสจนได้คบคิดทำปิตุฆาตก่ออนันตริยกรรมมาแล้ว

           มโนมัยฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สามารถสำเร็จด้วยใจ ฤทธิ์ด้านนี้ ถ้าเป็นศิษย์ของหลวงพ่อวัดท่าซุงจะทราบดี บางครั้งมโนมัยฤทธิ์ก็เรียกเป็นมโนมยิทธินั่นเอง มโนมัยฤทธิ์ เป็นการฝึกใจให้มีอำนาจ ให้รู้เห็นเทวโลก พรพมโลก ได้ด้วยใจ แม้ตนจะยืนอยู่ในโลกมนุษย์ก็ตาม

           ญาณวิปผาราฤทธิ์ ฤทธิ์สำเร็จด้วยกำลังญาณ ท่านแสดงไว้ว่าเป็นการละความสำคัญว่า ‘เที่ยง’ เป็นสุข เป็นอัตตาได้สำเร็จด้วยปัญญา เห็นตามเป็นจริงว่าสังขารไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอัตตา (ละอุปาทาน) รวมความเป็น ‘วิปัสสนาญาณ’ เป็นฤทธิ์กำจัดกิเลสได้

           สมาธิผาราฤทธิ์ ฤทธิ์สำเร็จด้วยสมาธินั้น ท่านแสดงไว้ว่าเป็นการละนิวรณ์ได้สำเร็จ ด้วย ‘ฌาน’ จัดเป็นฤทธิ์อีกประเภท รวมความว่าฌานสมาบัติ ซึ่งทำหน้าที่กำจัดกิเลส อันเป็นข้าศึกของสมาบัติให้สำเร็จได้ ฉะนั้นผู้บรรลุฌานแม้เพียงปฐมฌานก็ชื่อว่าสำเร็จฤทธิ์ประการนี้แล้ว

           อริยฤทธิ์ ฤทธิ์สำเร็จด้วยวิสัยพระอริยเจ้า เป็นฤทธิ์ที่แสดงไว้ว่า พระอริยเจ้าสามารถกำหนดความไม่รังเกียจในสิ่งน่าเกลียด สามารถกำหนดความรังเกียจในสิ่งไม่น่าเกลียด และสามารถวางใจเป็นกลางอย่างมีสติสัมปชัญญะ ทั้งสิ่งน่าเกลียดและไม่น่าเกลียดได้ ท่านอธิบายว่า เป็นด้วยอำนาจเมตตาหรือเห็นสักแต่เป็นธาตุไป เหล่านี้เป็นคุณสมบัติของพระอริยเจ้า

           กัมมวิปากชาฤทธิ์ ฤทธิ์เกิดแต่กรรม ท่านยกตัวอย่างไว้ว่า เป็นเสมือนฤทธิ์ของนกทั้งปวงที่สามารถบินได้ ฤทธิ์ของเทวดาที่เหาะได้ ซึ่งผลแห่งฤทธิ์ตรงนี้เป็นเพราะผลแห่งกรรมที่ผิดแผกกันออกไป

           บุญญฤทธิ์ ฤทธิ์ของผู้มีบุญ ท่านยกตัวอย่าง เช่นพระมหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิ โชติยเศรษฐี ฯลฯ มีบุญสมบัติเกิดขึ้นผิดประหลาดกว่ามนุษย์ธรรมดา มิได้ออกแรงทำมาหากินแต่มีสมบัติมั่งคั่ง มีบุญญาธิการสูง มีพระประวัติมหัศจรรย์ เช่น สมเด็จพระร่วงเจ้า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า หรือแม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราในปัจจุบัน และแม้แต่ในหมู่ของสามัญชน เราก็ต้องยอมรับว่า นอกจากการทำความดีก่อบุญในปัจจุบันแล้ว ก็ต้องอาศัยบุญบารมีเก่าจากอดีตมาหนุนส่งด้วย จนมีคติที่ว่า ‘แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้’

           วิชชามัยฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยวิทยา ท่านแสดงตัวอย่าง เช่น เหล่าวิทยาธร ร่ายวิทยา หรือร่ายมนตร์แล้วเหาะไปในอากาศได้ แต่สมัยปัจจุบันวิชาการต่าง ๆ ที่ผู้ทรงคุณวิทยากระทำให้ประจักษ์ก็คือ การสร้างรถยนต์ให้วิ่งได้ สร้างเครื่องบินให้บินอยู่บนท้องฟ้า สร้างวิทยุโทรทัศน์ให้สื่อสารกันได้ทั่วโลก ฯลฯ

           สัมปโยคปัจจยิชฌนฤทธิ์ ฤทธิ์ที่สำเร็จเพราะการประกอบกิจชอบ (กุศล) ท่านอธิบายว่าได้แก่การละอกุศล มีกามฉันทะ เป็นต้น ได้ด้วยคุณธรรมมีเนกขัมมะ เป็นต้น ผลสำเร็จอย่างสูงได้แก่การละสรรพกิเลสได้ด้วยพระหัตตมรรคเป็นผลสำเร็จ

ครับ ทั้งหมดคือประเภทของฤทธิ์ทั้ง 10 ที่กล่าวได้ตามพระบาลี...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฤทธิ์ทั้งปวงหรือจะลอยมาหาเราได้โดยง่าย ฤทธิ์ทั้งปวง จักได้มาด้วยการขวนขวาย ได้จากความเพียรพยายามทั้งสิ้น และต้นตอแห่งฤทธิ์ทั้งปวงล้วนมาจาก...ศีล ทาน ภาวนา จากศีล สมาธิ และปัญญาทั้งสิ้น

           อยากมีฤทธิ์ต้องทำ...เรียกว่าใครทำใครได้!

           และท้ายสุดขอลาด้วยคำอวยพรในการสู่สหัสวรรษใหม่ด้วยประโยคที่ว่า

           จงสุขกาย สุขใจ โดยทั่วกันเถิด

สวัสดีครับ


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com