
เรื่องของ ‘กสิณ’
ทั้ง 10 ประการ
มีคำถามจากคุณขวัญฤดี ...ผ่านเว็บไซต์ธรรมะ 5 นาที เป็นคำถามเกี่ยวกับการทำ ‘อากาศกสิณ’ เหตุเพราะมีผู้รู้แนะนำให้ปฏิบัติ และเกิดความสงสัยก็เลยถามมา
ดังที่เคยกล่าวไว้ ถ้าคำถามใดมีประโยชน์ต่อคนหมู่มากจะขอนำลงมาตีพิมพ์ในคอลัมน์นี้
1. อยากทราบวิธีการฝึกอากาศกสิณ วิธีการภาวนาค่ะ เพราะไปอ่านหนังสือของคุณดังตฤณ ก็เลยอยากจะลองฝึกดู เนื่องจากตอนนี้ฝึกเดินจงกรมและนั่งสมาธิบ้าง เห็นว่าถ้าฝึกอากาศกสิณและเดินจงกรมด้วยจะช่วยให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติดีขึ้น
2. อยากทราบว่า ในบางครั้งจะรู้สึกตึง ๆ ตรงหน้าผาก ส่วนใหญ่จะเป็นเวลาที่นั่งนิ่ง ๆ แล้วจะมีอาการดังกล่าว ไม่ทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นดีหรือไม่ดี และเกิดจากอะไรคะ?
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคและทิพยอำนาจของพระอริยคุณาธาร (เส็ง)ปุสโส อรรถาธิบายเรื่องของกสิณไว้ดังนี้
การอบรมจิตให้เป็นสมาธิและฌานนั้น ย่อมต้องอาศัยอุบายอันแยบคายจึงจะสำเร็จโดยง่าย อุบายอันแยบคายนั้นท่านเรียกว่า ‘กรรมฐาน’ ท่านแยกไว้เป็น 2 ประเภทคือ สมถกรรมฐานประเภทหนึ่ง วิปัสสนากรรมฐานประเภทหนึ่ง
สมถกรรมฐาน จัดเป็นบุพประโยคของฌาน ส่วนวิปัสสนากรรมฐาน เป็นประเภทอบรมจิตใจให้เกิดปัญญา แม้จะแยกออกเป็น 2 ส่วน 2 ประเภท แต่นักปฏิบัติควรปฏิบัติทั้งสองแนวทางไปด้วยกัน
เคยกล่าวไว้หลายคราแล้วว่าการปฏิบัติสมถกรรมฐานคล้ายกับนักกีฬาที่ต้องสร้างพละกำลังทางกายให้แข็งแรง ทว่าต้องฝึกเทคนิคและแทคติก คือปัญญาในส่วนวิปัสสนากรรมฐานเพื่อก้าวสู่ชัยชนะในที่สุด สรุปคือ สมถกรรมฐานคือการสร้างกำลังทางจิต เพื่อยกขึ้นสู่วิปัสสนากรรมฐานสำหรับสร้างปัญญาเอาไว้หักล้างกับกิเลสเป็นวาระสุดท้ายอย่างที่เราได้ยินคำว่า ศีล สมาธิ และปัญญานั่นเอง
ในส่วนสมถกรรมฐานนั้น พระบรมศาสดาทรงตรัสไว้ในที่ต่าง ๆ โดยปริยายหลายหลาก หากพระโบราณจารย์ได้ประมวลไว้ในที่เดียวกันมีจำนวนถึง 40 ประการ ซึ่งสามารถจัดออกเป็นหมวดหมู่ได้ 7 หมวด คือ กสิณ 10 อสุภะ 10 อนุสติ 10 อาหาเรปฏิกูลสัญญา 1 จตุธาตุววัตถาน 1 พรหมวิหาร 4 เป็นต้น
การที่พระบรมศาสดาทรงแสดงอุบายแห่งการทำความสงบจิตใจไว้มากมายเช่นนี้ก็เพื่อเหมาะกับจริตนิสัยของเวไนยสัตว์ที่มีอัธยาศัยต่าง ๆ กัน มิได้หมายให้ทุกคนเจริญกรรมฐานทั้ง 40 ประการจนครบก็หาไม่
คุณขวัญฤดีถามถึงการเจริญอากาศกสิณ หากเพื่อประโยชน์ของทุกท่านจะกล่าวโดยรวมถึงกสิณทั้ง 10 กองไปเลยทีเดียว
กสิณ คือ วงกลมทำด้วยวัตถุต่าง ๆ ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 คืบกับ 4 นิ้ว สำหรับเป็นเครื่องเพ่งทำจิตใจให้สงบมี 10 ประการคือ
1.ปฐวีกสิณ วงกลมทำด้วยดินบริสุทธิ์สีอรุณ คือสีเหลืองปนแดง เช่นสีหม้อใหม่ วิธีทำเอาดินบริสุทธิ์สีอรุณมาขยำให้เหนียวดีแล้ว ลาดลงบนแผ่นกระดานวงกลมขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 คืบ 4 นิ้ว ขัดให้เกลี้ยงงามปราศจากมลทิน ทำให้เกลี้ยงเกลาเป็นเงาได้ยิ่งดี
2.อาโปกสิณ วงกลมทำด้วยน้ำใสบริสุทธิ์ปราศจากสีและตะกอน วิธีทำเอาน้ำบริสุทธิ์ใส่ภาชนะที่มีขอบปากกว้างกลมมน วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 1 คืบ 4 นิ้ว ใส่น้ำเต็มขอบปาก
3.เตโชกสิณ วงกลมทำด้วยไฟ วิธีทำก่อกองไฟด้วยฟืนไม้แก่นให้ลุกโชนเป็นเปลวสีเหลือง เหลืองแก่ (ปนส้ม) เอาแผ่นหนังหรือเสื่อลำแพนมาเจาะเป็นรูวงกลมขนาดกว้าง 1 คืบ 4 นิ้ว ตั้งบังกองไฟให้มองเห็นได้โดยช่องวงกลมเท่านั้น
4.วาโยกสิณ คือการเพ่งลมที่สัมผัสอวัยวะหรือพัดยอดไม้ยอดหญ้าให้หวั่นไหว กสิณนี้ทำเป็นวงกลมไม่ได้ ท่านจึงแนะนำให้เพ่งลมที่พัดอยู่โดยธรรมชาติของมันเป็นอารมณ์ จนเห็นกลุ่มลมหรือสายลมที่พัดไปมาในจิต ซึ่งท่านห้ามเพ่งลมที่พัดปั่นป่วน เช่น ลมหัวด้านเป็นต้น
5.นีลกสิณ วงกลมทำด้วยสีเขียว เช่น ดอกบัวเขียว หรือผ้าสีเขียวมาทำ ถ้าเป็นดอกไม้พึงบรรจุลงในภาชนะที่มีขอบปากกลมวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 1 คืบ 4 นิ้ว อย่าให้ก้านหรือเกสรปรากฏ ถ้าเป็นผ้าให้ขึงกับไม้วงกลมขนาดดังกล่าว ทำให้ตึงอย่าให้ยับยู่ยี่ สีเขียวนี้หมายถึงเขียวคราม ที่เรียกว่า ‘นิล’ นั่นเอง
6.ปีตกสิณ วงกลมทำด้วยสีเหลือง วิธีทำ เอาวัสดุที่เป็นสีเหลืองบริสุทธิ์ เช่นดอกกรรณิการ์สีเหลือง หรือผ้าสีเหลือง มาทำเช่น นีลกสิณ
7.โลหิตกสิณ วงกลมทำด้วยสีแดง วิธีทำ เอาสิ่งมีสีแดง เช่น ดอกบัวแดง ผ้าแดง มาทำเหมือนนีลกสิณกับปีตกสิณ
8.โอทาตกสิณ วงกลมทำด้วยสีขาว วิธีทำ เอาสิ่งที่ขาวสะอาด เช่น ดอกบัวขาว หรือผ้าขาวมาทำคล้ายหัวข้อข้างบน
9.อากาศกสิณ วงกลมอากาศ วิธีทำ เจาะฝาหรือเจาะแผ่นหนัง หรือเสื่อลำแพนขนาด 1 คืบ 4 นิ้ว ปักไว้ในที่แจ้ง แล้วเพ่งดูอากาศภายในวงกลมนั้นก็ได้
10.อาโลกสิณ วงกลมแสงสว่าง วิธีทำ เจาะก้นหม้อเป็นรูกลม วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 คืบ 4 นิ้ว ดามตะเกียงหรือเทียนไว้ภายในหม้อ ให้แสงสว่างส่องออกมาตามรูที่เจาะไว้ และหันทางแสงสว่างนั้นให้ไปปรากฏที่ฝาหรือกำแพง แล้วเพ่งดูแสงสว่างที่ส่องเป็นลำไปจากรู ปรากฏที่ฝาหรือกำแพง
อากาศกสิณกับอาโลกสิณ ปรากฏในสมถกรรมฐานตามที่โบราณจารย์ประมวลไว้ หากในการปรากฏในพระไตรปิฎกหลายแห่งที่มีข้อแตกต่าง ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะ กสิณ 1-8 เป็นรูปกสิณ ส่วนกสิณ 9 และ 10 เป็นอรูปกสิณ คือ อากาศกสิณเป็นอากาสานัญจายตนะ และวิญญาณัญจายตนะ ตามลำดับ
วิธีปฏิบัติ...พึงชำระตนให้สะอาด นุ่งห่มผ้าสะอาดไปสู่ที่เงียบสงัด ตั้งตั่งสูง 1 คืบ 4 นิ้ว สำหรับนั่งอันหนึ่ง สำหรับวางวงกสิณอันหนึ่ง นั่งห่างจากวงกสิณประมาณ 4 ศอก นั่งในท่าที่สบาย ทอดตาลงแล ดวงกสิณพอควร (จำลักษณะ) แล้วหลับตานึกดู ถ้ายังจำไม่ได้พึงลืมตาขึ้นดูใหม่ แล้วหลับตานึกรูป (ตรงนี้เรียกว่าเพ่ง)
ไม่ใช่ถลึงตาเพ่งมอง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านั่งเพ่งมองดวงวงกลมตลอดเวลา (ระวังอันตรายถึงตาพิการ) จนกว่าจะเห็นวงกสิณปรากฏในเวลาหลับตาหรือในสมาธิได้
เมื่อได้แล้วพึงไปนั่งเพ่งดวงกสิณ (ในใจขณะหลับตา) ในที่อยู่ให้ชำนาญจนสามารถขยายดวงกสิณให้ใหญ่และย่นย่อขนาดได้ตามต้องการ เพียงเท่านี้ชื่อว่าสำเร็จกสิณแล้ว จิตใจจะสงบเป็นสมาธิตามลำดับ คือ ชั่วขณะเฉียดฌาน และเป็นฌาน 1 ถึง 4 ตามลำดับ ตรงนี้ครูบาอาจารย์ท่านกำชับว่า ให้ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปฏิบัติ อย่าด่วนทำด่วนรีบร้อน จนกว่าจะชำนาญ
สำหรับคำตอบข้อสุดท้ายของคุณขวัญฤดี อาการตึงหน้าผากขณะนั่งนิ่ง ๆ นั้น อาการนี้เคยเกิดกับผู้เขียนมาครั้งหนึ่ง หากเหตุดังกล่าวเกิดจากการตั้งสมาธิไว้กลางจุด ‘อาชญะ’ บริเวณหว่างคิ้ว เป็นความเคยชินในการปฏิบัติ พออยู่นิ่ง ๆ อาการตึง ๆ หน่วง ๆ จะปรากฏ วิธีแก้คือ ย้ายไปอยู่จุดอื่นเช่นกึ่งกลางหน้าอก ในเวลาปฏิบัตินาน ๆ ไปอาการตึงหน้าผากก็จะหายไป อาการส่วนใหญ่ดังกล่าวมักเกิดกับผู้เพ่งกสิณครับ ในอดีตผู้เขียนชอบเพ่งเตโชกสิณ หรือบางท่านอาจเกิดจากสัญญาเก่าจากอดีตชาติ คือเคยประพฤติปฏิบัติมา พอหวนกลับไปปฏิบัติตัวของเก่าก็จะกลับมาแสดงผลให้เห็น
สำหรับผลดีผลเสีย ขอเรียนว่าผลดีทำให้เราจับวางสมาธิได้เร็ว คือกำหนดตรงนั้นได้เหมือนมีที่หมายไว้แล้ว ผลเสียคือบางครั้งจะรำคาญ หรือถ้าชำนาญมาก ๆ เวลาขับรถเพลิน ๆ เกิดจิตรวมวูบจะเกิดอุบัติเหตุได้ ต้องคอยระวัง
เรื่องของกสิณทั้ง 10 ประการแห่งสมถกรรมฐานมีเพียงเท่านี้แหละครับ ขอให้ทุก ๆ ท่านเจริญในธรรมครับ
โอมศานติ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com