
วันมาฆบูชาที่อินเดีย
ครั้งแรกในชีวิตของภูเตศวรที่ได้โอกาสไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 อันเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพราะคำแนะนำของท่านพระครูสิริปุณญาทร หรือหลวงพ่อหมื่นอุดม เจ้าอาวาสวัดตูม จังหวัดอยุธยา เมื่อต้นปี พ.ศ. 2539
หลวงพ่อหมื่นอุดมเป็นพระนักปฏิบัติภาวนา จริยาวัตรงดงาม ท่านเล่าให้ภูเตศวรกับทมยันตีฟังหลายครั้งถึงเรื่องการเดินทางแสวงบุญที่อินเดียของท่าน ส่วนใหญ่จะเป็นความน่าประหลาดใจในวิถีชีวิตของชาวภารตะ ลงท้ายด้วยความปีติยินดีในการได้นมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 เหมือนได้จาริกแสวงบุญตามรอยบาทขององค์พระบรมศาสดา ท่านเล่าเสร็จมักเอ่ยปากชวน ที่สุดเราก็ตกปากรับคำ...
จากการได้เดินทางไปเยือนอินเดียครั้งแรกพร้อมหลวงพ่อ เป็นคำยืนยันชัดแจ้งในจิตใจ...เหมือนดังประโยคที่หลวงพ่อปรารภ
“...ได้ไปรู้...ไปเห็น ด้วยตัวเอง แล้วจะสิ้นสงสัยว่าพระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่?”
การไปเยือนอินเดียครั้งแรกได้คำตอบหลาย ๆ ประการ เรื่องแรกคือความสงสัยว่าทำไม หลวงพ่อถึงอธิษฐานเอาไว้ว่า ขอให้ได้มีโอกาสมานมัสการสังเวชนียสถานถึง 9 ครั้ง เพราะตัวเองก็แอบอธิษฐานขอใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เหมือนกัน หากแต่มักน้อย ขอโอกาสแค่ 3 ครั้ง ถึงวันนี้แค่เบาะ ๆ ก็ร่วม ๆ 10 ครั้งแล้ว สำหรับหลวงพ่อหมื่นอุดมอธิษฐานขอ 9 ครั้ง แต่ท่านมีโอกาสถึง 19 ครั้ง
โดยเฉพาะครั้งที่ 19 ครั้งสุดท้ายของท่าน คนที่พาท่านไปคือ ทมยันตี ด้วยท่านปรารภชัดเจน
“เวลาตายอยากให้ลูกศิษย์เอาอังคารธาตุมาลอยที่แม่น้ำคงคาที่อินเดีย”
คนเคยรับปากหลวงพ่ออย่างคุณหญิงวิมล ก็เลยต้องทำตามสัญญา แม้หลวงพ่อจะไม่เคยบอกเหตุผลถึงความต้องการสุดท้ายในชีวิต หากเราเชื่อว่า ชีวิตที่บรรพชาเป็นสามเณรจนอุปสมบทเป็นพระภิกษุตราบถึงกาลมรณภาพ คือคำตอบว่าชีวิตทั้งชีวิตนั้นได้มอบให้พุทธศาสนาและพระบรมศาสดาแล้วโดยสิ้น ท้ายสุดแม้ร่างกายก็ขอใช้เป็นเครื่องบูชาคุณพระพุทธองค์บนแผ่นดินพุทธภูมิ
เพราะได้คำตอบชัดเจนหลาย ๆ ประการจากการเดินทางครั้งแรกเมื่อปี 2539 กลับเมืองไทย จึงเขียนเรื่องราวแห่งประสบการณ์นั้นตีพิมพ์ในชื่อ ‘นมัสการภันเต’ เพื่อให้คนอ่านอยากไปบ้าง เพราะรู้ว่าแม้นใครสักคนได้ไปเยือนอินเดียเพื่อกราบไหว้นมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 ที่พระพุทธเจ้าได้แสดงไว้แล้วนั้น...จะได้อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ดังมหาปรินิพพานสูตรกล่าวไว้
ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน 4 แห่งเหล่านี้เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา สังเวชนียสถาน 4 แห่งคือ
1. คือสถานที่อันทำให้ระลึกได้ว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้
2. คือสถานที่ทำให้ระลึกได้ว่า พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้
3. คือสถานที่ทำให้ระลึกได้ว่า พระตถาคตทรงยังอนุตตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้
4. คือสถานที่อันทำให้ระลึกได้ว่า พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วโดยอนุปาทิเสส นิพพานธาตุในที่นี้ สังเวชนียสถาน 4 แห่งนี้แล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา
ดูก่อนอานนท์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จักมาด้วยความเชื่อว่าพระตถาคตประสูติในที่นี้ก็ดี ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ก็ดี...พระตถาคตทรงยังอนุตตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ก็ดี พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ก็ดี ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งเที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ มีจิตเลื่อมใส จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายดับ จักเข้าถึงสู่คติโลกสวรรค์
ที่กล่าวมาข้างต้นในมหาปรินิพพานสูตร หลายท่านอาจสงสัย ว่าจริงหรือในการมีโอกาสไปนมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 แค่นั้นจะทำให้ผู้มีโอกาส ยามเมื่อสิ้นชีวิตลง เราจะมีสุคติภูมิเป็นที่หมาย และอะไรคือเหตุผล?
ตรงนี้ต้องอธิบายว่า เพียงการพบเห็นและกราบไหว้ธรรมดา ๆ ก็คงยากจะเป็นไปดังคิด หากแต่ผู้ที่เคยไปเยือนสังเวชนียสถานมาแล้ว ยากจะปฏิเสธว่าร่องรอยในประวัติศาสตร์หรือพุทธประวัติ อันประจักษ์ชัดต่อสายตาอย่างยิ่งนั้นจะทำให้เรา ‘เชื่อ’ และ ‘มั่น’ ในใจอย่างชัดแจ้งว่าพระพุทธเจ้าซึ่งทรงเป็นพระบรมศาสดานั้นมีจริงอย่างมิต้องสงสัย ดังคำกล่าวที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
ประการที่สอง การไปนมัสการสังเวชนียสถานนั้น ไม่เพียงได้พบเห็นด้วยสายตาตนเท่านั้น ตลอดเวลาเดินทางเรามีวิทยากรที่เป็นพระภิกษุทรงความรู้ให้คำอธิบายบอกเล่าเรื่องราวในครั้งพุทธกาล พร้อมสวดมนต์ปฏิบัติธรรมไปด้วยตลอดการเดินทาง และนั่นจะเป็นคำตอบทุกประการจากจิตของตนด้วยตน และด้วยศรัทธาที่มั่นคงอันบังเกิดจากปัญญาแห่งตน จะเป็นเครื่องนำพาสู่สุคติภูมิเป็นอย่างน้อยหลังความตายมาเยือน
สำหรับผู้มีพื้นฐานทางจิต หรือผู้ที่เป็นนักปฏิบัติอยู่แล้วก็จะยิ่งเป็นผลดีมากขึ้น ด้วยการสวดมนต์ไหว้พระและการปฏิบัติในเขตปริมณฑลแห่งสังเวชนียสถาน จะทำให้สามารถสัมผัสรู้ได้ด้วยตนเองว่า ธรรมะของพระบรมศาสดาที่ทรงตรัสสั่งสอนนั้น จริงแท้แน่นอนเยี่ยงไร ขอเพียงไม่ย่อท้อในการปฏิบัติ เส้นทางมรรคผลและนิพพานจุดหมายปลายทางของความพ้นทุกข์จะอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com