การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จดหมายฉบับที่ 1 by นมัสการภันเต

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
21 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#100]

จดหมายฉบับที่ 1 (ตอนที่ 1)

          นมัสเต (แปลว่าสวัสดี) ครับท่านผู้อ่าน...

          ก่อนเดินทางไปอินเดียของเรา...(อันหมายถึงคุณนายทม...ลุงเชียร และมหาแหมว) สองวัน...ท่านบอกอ หนังสือฉบับที่คุณถืออยู่ในมือแหละมาเยี่ยมเยือน...

          “ได้ข่าวพี่จะไปอินเดีย...?” นายรักษ์ชนก (สงสัยรักพ่อคนเดียว... คนอื่นไม่เกี่ยว) เริ่มต้นสนทนาหลังจากโซ้ยกับข้าวฝีมือพี่รัตน์แม่ครัวหัวป่าก์ประจำบ้านลาดพร้าวซะท้องกางแล้ว

          “ฮื่อ...” เราพยักหน้ารับ แถมให้อีกคำ... “ป้าแกไปด้วย...”

          “เหมาะ...” ท่านบรรณาธิการดีดนิ้ว

          “ทำไมวะ?” มหาอย่างเราก็มีสิทธิ์สงสัย...

          “ได้เรื่องลงโลกนวนิยายน่ะสิ...” เจ้านก (สองหัวตัวใหญ่) ใช้นิสัยที่แก้ไม่ตกของคนเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘หาเรื่อง’ กับนักเขียนทุกคนที่มันเคยรู้จัก...

          “ข้าไม่ใช่นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว...” จำได้ว่าเราส่ายหัวเดียะ... “เรื่องนี้ต้องไปขอคุณธีรภาพ โลหิตกุล! ”

          นายรักษ์ชนกที่คุณป้าของมันชื่อว่าคุณนายทมชอบเรียก ‘มิสเตอร์โบรคเค่น-สเสปียร์’ ที่แปลกรง ๆ ว่า ‘หอกหัก’ ทำหน้าเวลาเจอเช็คเด้ง ทำยิ้มมุมปาก (คล้าย ๆ พิงค์แพนเตอร์) พร้อมกับชะโงกหน้ามากระชุ่นข้างหู...

          “พี่ไม่แค้นใจบ้างเหรอ?” มันเริ่มทำตัวเป็นบ่าง (ช่างยุ)

          “เรื่องอะไร?” มหาแหมวอย่างเรา ‘ตกหลุม’ ที่มันขุดบ่อล่อไอ้เข้ไว้...

          “ที่ป้าเอาพี่ไปนินทาขายในตามรอยโกโบริไง...” มันที่จริงไม่น่าจะ ‘เอ็กซ์เปิด’ ในเรื่องนำหนังสือเล้ย น่าจะไปรับจ้าง ‘วางเพลิง’ ซะมากกว่า...และน่าจะเวิร์คกว่าอาชีพ ‘รับจ้างด่า’ วันละสองร้อยแถวชุมชนพัฒนาบางซื่อ บ้านคุณยายไข่มุกมารดาเจ๊ทมซะอีก...

          ...เพราะการ ‘เผา’ ทำหนเดียวได้ผลทั้งชุมชนไม่เหลือหลอ...

          แต่การรับจ้าง ‘หล่า’ (สำนวนเจ้ายอด) ต้องทำสามเวลา คือเช้า...กลางวัน...และเย็น แบบยาหม้อที่คุณนายชอบต้มกินแก้ไมเกรนเดี๊ยะเลย...

          “พวกนี้มันมีจรรยาบรรณนะพ่อแม้ว...” คุณยายไข่เคยจีบปากเล่าให้ ‘พ่อเม้า’ (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่ยอมเรียกแม้ว) ฟัง... “ถ้ารับเงินแล้วไม่มีเบี้ยว...ด่าสามเวลาไม่เคยขาด...แต่ถ้าเป็นขาประจำใช้บริการบ่อย มีแถมรอบดึกให้อีกเที่ยว...”

          ครับ...ท่านผู้อ่านท่านใดมีปัญหา บ้านข้างเคียงไม่ให้ความร่วมมือ...ปัญหาคนกู้เงินแล้วไม่ชำระหรือแม่ยายยุเมียให้ตีจาก...เชิญปรึกษาคุณยายไข่ได้ทุกเมื่อเพราะเห็นว่ากำลังจะเข้าไปเทคโอเวอร์บริษัทนี้อยู่...

          เป็นอันว่าเรียบร้อยโรงเรียนเจ้ารักษ์ชนกจนได้ เพราะเรื่องพรีเซนต์โปรเจคไม่มีใครเด็ดท่ามันแน่...

          ...ไม่งั้นจะล้างหนี้แต่ละโปรเจคไม่หมดจนถึงวันนี้รึ?

          ก็ทุกเรื่องที่มัน ‘คิด’ หามาทำล้วนเด็ดสะระตี่ทั้งนั้น!

          “แค้นนี้พี่ต้องชำระนะพี่...” มันทำที ‘เข้าข้าง’ มหาแหมวจนเกินจริงด้วยการทุบโต๊ะในวันนั้น แต่มาถึงวันนี้เราแน่ใจว่าตอนนั้นมันต้องหัวเราะในใจแหง ๆ ...ไม่ใช่แหงธรรมดาแต่เป็นแหงแซะซะด้วยซ้ำ...

          จนป่านนี้ตัวเองก็ยังนึกไม่ออกว่าไป ‘หลวมตัว’ รับปากรับคำกะมันได้ไง...

          “สัญญาต้องเป็นสัญญาเสมอนะพี่...” นายนกบอสใหญ่ ณ บ้านวรรณกรรมใช้สำนวน ‘พ่อดอกมะลิ’ ของคุณนายทมที่กล่าวกับ ‘แม่อังฯ’ สำทับตอนสั่งลาจากโต๊ะอาหารที่ชอบดอดมากินฟรีด้วยการอ้างว่ามา ‘ปรึก’ เรื่องงานบ่อย ๆ

          “เออ...” เรากระแทกเสียง ก่อนบ่นกระปอดกระแปด... “แต่นึก ๆ แล้วชักไม่อยากไปแล้วว่ะ...”

          มันยังมีแก่ใจปลอบ... “เหอะน่า...เขาว่าผู้หญิงอินเดียสวยนะพี่...เผลอ ๆ ไปคราวนี้จะได้เมียแขกกะเขาซักคน...”

          และแล้วมหาแหมว...แม่หนูอี๊ดกะไอ้หนูของคุณยายไข่มุก... (ไอ้หนูของคุณยายเป็นหนุ่มน้อยที่เพิ่งเกษียณอายุมาได้สองปีเท่านั้น) ก็มาถึง ‘หนามบินดอนเมือง’ ตามหมายกำหนดการเป๊ะ...โดยหอบเสื้อกันหนาวไปกันทั้งกระเป๋า เพราะ ‘คุณแดง’ หัวหน้า ‘ถั่ว’ แจ้งมาล่วงหน้าว่า...

          ...เตรียมเสื้อกันหนาวไปเยอะ ๆ... ช่วงนี้ที่อินเดียหนาวมาก...

          โดยปกติเราจะชินกับการนั่ง...ยืน...เดินอยู่แถวสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องอยู่เป็นประจำ โดยไม่เคยนึกกลัวมาก่อน แต่คราวนี้ต้องยอมรับละว่า... ‘เสียว’ สุดขั้ว ด้วยเหตุผลสองประการ...หนึ่งเพราะวันก่อน ‘เจ้าแก้ว’ ที่ทุกคนในบ้านใช้คำนำหน้าว่า ‘อี’ ซึ่งเป็นลูกชายคนรองของคุณนายโทรศัพท์ข้ามทะเลจากมะกามาขู่ฟ่อ ๆ ข้างหู...

          “ระวังนะพี่...”

          “ระวังอะไร?” หัวโจกของบ้านในฐานะพี่ชายคนโตแต่เหลือนิดเดียวเวลายืนคู่กะพวกมัน (เหมือนเปรตยืนกับคนแคระ) ถามด้วยอาการหัวคิ้วติดกัน เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ‘อีแก้ว’ ไม่เคยพูดอะไรให้สบายใจมาก่อนในชีวิต...

          “ถ้าไม่จำเป็นอย่าขึ้นเครื่องบินอินตะละเดีย...” มันเน้นคำทำวางฟอร์มยังกะเป็นเจ้าของ ‘แอร์อินเดีย’ ซะเองงั้นแหละ...ไอ้นี่ช่างรู้...

          “ถึงมันไม่ตกปุ๊ลงมาพี่ก็ต้องหัวใจวายตายซะก่อน...”

          “แกเคยไป?” เราย้อนมันเพราะนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่ามันเคยไปอินเดียมาตั้งแต่เมื่อไหร่

          “เอาเถอะน่า...” มันทำยักกะสาย “ไปแล้วก็จะรู้เองแหละ”

          เรานิ่งนึกหาเรื่องอื่นมาคุย แต่มันยังถามแบบปนหัวเราะเยาะ...

          “นึกไงไปอินเดีย? ”

          “ก็...” เราเว้นจังหวะเพื่อนึกดูว่ามันกำลังมีเจ...ตะนาอะไรเคลือบแฝงเอาไว้แทงทีหลังอ๊ะป่าว... (สำนวนหมัยใหม่ครับท่านผู้ชม) บอกแล้วไงว่า ‘อีแก้ว’ ไม่เคยทำอะไรให้ใครสบายใจมาก่อน...

          “อยากไปไหว้พระ...” มหาอย่างเรากลั้นใจตอบ...

          “พระเมืองไทยไม่มีให้ไหว้แล้วรึไง?” เห็นแมะมันเริ่มยอกย้อนแล้วไง... “คนไทยนี่แปลกแค่พระคู่บ้านคู่เมืองที่มีก็ยังไหว้ไม่ครบแต่อยากไปอินเดีย...”

          นี่ขนาดมันเคยเป็นแค่เณรวัดบวรนิเวศวิหารมาแค่ไม่กี่วัน เวลาคนถวายภัตตาหารให้ฉันเสร็จ ยังต้องหันไปถามโยมว่า...

          “ต้องสัพพะโลไหม? ”

          พอโยมบอกว่า... “ฉันแล้วก็ต้องสัพพะโลสิ...” เณรหน้าร้อนก็สัพพี...ตีโย...พร้อมกันสนั่นหวั่นไหว...แต่โทษทีเถอะ สวดวนอยู่ประมาณสิบรอบก็หาท่อนลงไม่ได้ผลสุดท้ายโยมต้องห้าม...

          “พอแล้วเณร...ขืนสวดต่อถึงเช้าพรุ่งนี้แน่...”

          แล้ว...หนอย...! มันแค่นจะเทศน์ให้ ‘มหา’ อย่างเราฟัง...ขืนมันได้บวชเป็นพระ...เรามิแย่รึ ?

          “หุบเลยอีแก้ว...แกไม่ต้องขึ้นธรรมาสน์ เหม็นขี้ฟัน!” เราทำเสียงแข็งกะมันเพราะถือว่าเป็นพี่

          “ก็ดี...” มันยอมในที่สุด แต่ก็ไม่วายอวดภูมิต่อ... “บอกก่อนนะ...จะไปอินเดียต้องทำใจ...”

          “ง่าย...” รีบต่อคำให้มันเพราะ ‘รู้แกว’ ว่ามันคิดอะไรอยู่...ถ้าเราถามว่า ‘ทำใจยังไง’ ไอ้นี่เผลอไม่ได้...

          “โธ...ป๋านี่...” อีแก้วหัวเราะ...เวลาอารมณ์ดีมันยกมหาแหมวให้เป็น ‘ป๋า’ อยู่ร่ำไป... “หัดเป็นคนขี้ระแวงไปตั้งแต่มะไหร๋? ”

          “ตั้งแต่เอ็งเกิดน่ะแหละ...” เราได้ทีรีบกัดมันก่อน...ด้วยคติ ‘กัดก่อนถึงเนื้อถึงหนัง กัดทีหลังปากเหม็นจังเลย’

          แต่มันไม่สน...เน้นคำช้าชัด... “ไปอินตะละเดีย...ต้องตัดตัวส.ทิ้งสามตัว...”

          “สอ...อะไร?” ไอ้เราก็อดไม่ได้ที่ต้องถามมัน

          “สอ...แรกคือความสะดวก...” อีแก้วไอ้ตัวรองของคุณนายทม...วางมาดผู้ทรงภูมิต่อ... “สอ...สองคือความสบาย... สอ...สามคือความสะอาด”

          “เอ็งเคยไป...?” เราย้อนด้วยประโยคเก่าหากคราวนี้มีรอย ‘เยาะ’ ให้มันได้ยิน...

          “เปล่าเค๊ย...!” มันตอบแบบน่าเตะ

          “แล้วเสือกรู้...?”

          “ว้า...” ไอ้ตัวรองทำปากจิ๊จ๊ะ... “ข่าวทีวีก็ออก...หนังสือก็เขียน....คนเขารู้กันทั้งเมือง...” นี่ถ้ามันไม่เกรงใจว่าเป็นพี่ก็คงมีคำสร้อยต่อท้าย ‘โง่ฉิบ’ แน่นอน ไม่ต้องดูอะไรมากเวลาอีแก้วคุยโทรศัพท์กับเพื่อน...ขนาดคุณนายยังส่ายหน้า...

          “เหี้ยกะห่าวิ่งพล่านเต็มบ้าน...ไม่งั้นก็มีคนโง่จนฉิบหายกันทั้งเมือง! ”

          สรุปเป็นว่ามัน ‘รู้’ จริงก็แล้วกัน เพราะคนในตระกูล ‘ศิริไพบูลย์’ ทั้งตระกูลต่างรู้ไอ้นี่...เป็น ‘ผู้สืบข่าวทีวี’ กับ ‘หนอนหนังสือ’ ตัวฉกาจคืออ่านฟรีไม่เคยซื้อ

          แม้แต่ไอ้ยอดยัง ‘ซู’ อยากรู้อะไรต้องถามอีแก้ว...” (ยกเว้นเงินในบัญชีของมัน เพราะอีนี่งกที่สุดในขบวนสามตัวของคุณนาย)

          สิ่งที่เจ้าตัวรองของอาเจ๊ชอบที่สุดคือนอนแทะเม็ดกวยจี๊ดูทีวี...กะอ่านหนังสือ...ผลคือความรู้ท่วมหัวจนตัวต้องใส่แว่นหนาเกือบศอก...เวลาไปไหนมาไหนคุณนายที่ชอบซื้อทุกอย่างขวางหน้าเกิดนึกถึง ‘อีแก้ว’ ขึ้นมาก็จะซื้อของฝากให้มันอยู่สองอย่าง...คือหนังสือกับเม็ดแตงโมฮ่ะ...

          ...และถ้ามีของสองอย่างนี้ต่อให้นางงามมาชวนไปไหนมันยังไม่สน...

          เรียกว่ามันนอนอ่านหนังสือกับแทะ ‘เม็ดจี๊’ อยู่ได้ทั้งวันทั้งคืน

          แค่คำขู่ไอ้ตัวรองของคุณนายทมยังพอทำเนา แถมยังมี ‘ไอ้หนู’ของคุณยายไข่ที่มหาแหมวเรียก‘ลุงเชียร’ซึ่งทุกคนต่างรู้กันถ้วนหน้าว่า...

          ...รายนี้ปากยังกะพระร่วง...!


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com