การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 9) by นมัสการภันเต

2 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
25 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา
[#150]

จดหมายฉบับที่ 6 (ตอนที่ 9)

          เราขึ้นรถบัสกลับมาที่วัดไทยสารนาถอีกครั้ง ประมาณแปดนาฬิกา เช้าวันนี้มหาแหมวถือโอกาสทำบุญครบรอบวันตายของพ่อเสียที่นั่น...ด้วยการถวายปัจจัยแด่คณะสงฆ์ร่วมคณะที่เดินทางมาด้วยกัน...หลวงพ่อพระครู สิริปุญญาธรนำสวดอุทิศส่วนกุศลให้ด้วยความซาบซึ้งของเรา...

          เสร็จจากเลี้ยงภัตตาหารพระสงฆ์...เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งเมื่อมาถึงวัดไทย เราทั้งหลายได้ร่วมแรงร่วมใจสละเงินสมทบเป็นกองผ้าป่า ถวายวัดไทยสารนาถกันในพระอุโบสถหลังใหม่ที่กำลังจะแล้วเสร็จในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ด้วยเหลือรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...

          เราจากสารนาถเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองกุสินารา...ด้วยหมายกำหนดการแบบรับประทานอาหารริมทางด้วยข้าวห่อฝีมือคุณนายแดงในช่วงกลางวัน...เราคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาเดินทางกันประมาณหกถึงเจ็ดชั่วโมง...

          ...แต่อีแก่...รถบัสติดแอร์สองระบบคือปิดกับเปิดทำเวลาช้ากว่ากำหนดไปเยอะ...ก็พ่อรามคนขับรถของเราเหยียบคันเร่งทำความเร็วแค่สามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น...

          เพราะความเร็วระดับที่ว่ากว่าจะถึงมกุฎพันธนเจดีย์ หรือที่ประชุมเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า ก็ราวหกโมงเย็น ทั้ง ๆ ที่กำหนดว่าจะถึงตรงนั้นไม่เกินบ่ายสามโมง...

          ความจริงจากสารนาถที่เราเริ่มออกเดินทางตั้งแต่สิบนาฬิกา จนถึงหกโมงเย็นน่าจะเหน็ดเหนื่อยและเบื่อหน่ายกับการนั่งรถทั้งวัน...แต่เพราะท่านมหาไพรัชวิทยากรของเรา ได้เล่าพุทธประวัติช่วงท้าย ๆ พระชนม์ชีพของพระตถาคตเจ้าให้ฟังสลับกับการเปิดเทปเพลงเศร้า ๆ คลอไปด้วย วิธีการอย่างนั้นทำให้ทุกคนบนรถ...ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวนั้นจนลืมเหนื่อย...

          ...บางรายในคณะนั่งน้ำตาซึม...เพราะบรรยากาศในช่วงใกล้ค่ำที่ดูเศร้าสร้อย บวกกับท่วงทำนองเพลงกับน้ำคำของท่านมหาไพรัชที่...ประสานกันได้สอดคล้องเหมาะเจาะจนบาดลึกเข้าไปในหัวใจคนฟัง...

          ...น้ำตาเราไหล...แต่หัวใจคล้ายเล็กลง...

          ถ้าจะมีสิ่ง...หนึ่งสิ่งใดที่เหมือนกันของทุกชีวิตบนรถ...ก็น่าจะเป็นแรงถอนใจ...ที่บังเกิด ‘ธรรมสังเวช’...ขึ้น

          ...จากพาราณสีเราเห็นความตายตรงหน้า...จนถึงตรงนี้ก็คือที่ประชุมเพลิงพระพุทธเจ้า...ใครเล่า...จะพ้นความตายไปได้?...

          เราออกจากมกุฎพันธนเจดีย์ ที่ประชุมเพลิงของพระบรมศาสดาเมื่อท้องฟ้ามืดแล้ว...เราแหงนมองพระจันทร์เสี้ยวด้วยแรงถอนใจ...ด้วยคำถามปรากฏในใจ...

          ...ทำไมมนุษย์ต้องเกิดแล้วตาย!

          ถามทั้ง ๆ ที่รู้...ด้วยหลักปฏิจจสมุปบาท อันเป็นธรรมฝ่ายเกิดกับฝ่ายดับที่พระพุทธองค์ค้นพบเคยผ่านตามาแล้ว หากธรรมสังเวชบังเกิดขึ้นครั้งใด หัวใจหดหู่ไม่น้อย...

          ที่กุสินาราหลังดวงอาทิตย์ลับลา อากาศหนาวมาก...ทุกคนที่ก้าวขึ้นรถบัสต้องหยิบเสื้อหนา ๆ มาสวมใส่ตาม ๆ กัน...

          ด้วยการเดินทางที่ล่าช้ากว่าหมายกำหนด ทำให้เราหมดโอกาสได้เข้านมัสการปรินิพพานวิหารในครั้งแรกที่มาถึง เพราะประตูรั้วทางเข้าได้ปิดลงแล้ว...พวกเราจึงสามารถทำได้แค่จุดธูปเทียนไหว้พระ สวดมนต์กันหน้าประตูรั้ว...และรอว่า...พรุ่งนี้เราจะกลับมาอีกครั้งเพื่อเข้าไปกราบแทบบาทแห่งองค์พระศาสดาในวิหารตรงหน้า...ด้วยรู้ล่วงหน้าว่าในวิหารนั้นมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางไสยาสน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่...

          ทุกชีวิตในคณะกลับไปขึ้นรถอีกครั้ง ด้วยความผิดหวัง เพราะทันทีที่มาถึง ปรินิพพานวิหาร หัวใจของทุกคนปรารถนามุ่งตรงเข้าไปกราบแทบพระบาทพระบรมศาสดาเจ้า ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา...

          “พรุ่งนี้เราจะกลับมาที่นี่อีกครั้งค่ะ...” คุณวิจิตร คลังทอง หรือ คุณนายแดง แกงฟัก ของอาเจ๊ทม ประกาศกับชาวเรา...เท่ากับเป็นการเปลี่ยนหมายกำหนดการเล็กน้อย ด้วยความจริงการเข้านมัสการสถานที่ดับขันธ์ปรินิพพานควรจะจบลงในวันนี้ และพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางเข้าประเทศเนปาลแต่เช้ามืด เพื่อนมัสการสังเวชนียสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าเป็นลำดับสุดท้าย

          พูดถึงพุทธประวัติช่วงปัจฉิมวัย ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า เราควรกล่าวถึงเรื่องราวเหล่านั้นให้ฟังกันบ้าง


1 ตอบกลับ
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 4 ปี ที่ผ่านมา

มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายเพลิงพระบรมศพแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


ตอบ
แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com