
วิธีบูชาพระบรมธาตุฯ
หลังจากที่ท่านผู้อ่าน ได้รับพระบรมสารีริกธาตุไปบางส่วนแล้ว ได้มีสมาชิกหลายท่านจดหมายและโทรศัพท์มาถึงเรา ขอคำแนะนำในการบูชาพระบรมธาตุอย่างถูกต้องมา
ฉะนั้น... ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นคนเสนอแนะให้คุณทมยันตีนำพระบรมธาตุออกมามอบให้ผู้มีอุปการะคุณ จึงต้องรับหน้าที่นี้โดยปริยาย...ด้วยเหตุผลง่าย ๆ จากคุณนายอี๊ดดังนี้...
“เอ็งเป็นคนก่อ...ก็ต้องเป็นคนสานต่อ!” คะรับกระผมประกาศิตจากเจ้าแม่วิมาลมาร ไฉนลูกศิษย์ (บังเกิดเกล้าอย่างเรา) จะกล้าขัดใจ
แต่ทว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วเราจะเขียนแค่นี้รึ? “ก็ขาดทุนแย่นะซีครับ”
ในฐานะนักเขียนก็ต้องหาเรื่องเขียนเพื่อ ‘เมคมันนี่’ กันบ้าง เพราะฉะนั้นจึงขอยึดพื้นที่ตรงนี้ ที่นี่...ของทุกปักษ์ถือโอกาสเทศน์นอกธรรมมาสห้านาทีกันเป็นประจำซะเลย...
ส่วนใครจะมีความเห็นชอบ หรือมิชอบประการใดก็ท้วงติงกันมาได้นะครับ...!
‘ธรรมะ’ ใครจะแปลกันยังไงภูเตศวรมิทราบแต่ถ้าเป็นความคิดของคนเขียนเอง...เชื่อว่า...
‘ธรรมะ’ มาจากคำว่า ‘ธรรมชาติ’ หากแต่เป็นธรรมชาติแห่งจิต ฉะนั้น! ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บรรลุธรรม...จึงหมายถึงคนที่ค้นพบสัจจะ ค้นพบธรรมชาติเดิมแท้แห่งจิตตนได้แล้วเท่านั้น
‘จิต’ คืออะไร? แน่นอนบางคนคงนึกอยากจะถามอย่างนี้แน่...และชักจะปวดหัวหน่อย ๆ แล้วใช่ไหมครับ?
ถ้ามีคำถามเช่นนี้ ภูเตศวร คงจะตอบเอาดื้อ ๆ ว่า ‘จิต’ คือพลังงานเพียงแต่เป็นพลังงานที่มีเจตจำนงของตัวเอง..
ครับ! ฉบับนี้ก็คงต้องทิ้งเอาไว้ให้งง ๆ กันหน่อย ฉบับหน้าค่อยเข้าเรื่องเข้าราวกันอีกที เพราะตั้งใจจะเขียนวิธีการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ให้ผู้ที่ต้องการจะได้รู้ได้อ่านกันก่อน เอาล่ะครับ...เราวกกลับเข้าเรื่องเข้าราวกันซะที...
พระบรมธาตุ...ที่โลกวลีนำมาแจกให้คุณท่านทั้งหลายนั้น เราเรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุสัณฐานเมล็ดพันธุ์ผักกาด ทว่ามีสองวรรณะ คือสีขุ่นแบบงาช้าง กับสีแก้วผลึก โดยสีแก้วผลึกนั้นมีน้อยและหายากกว่าสัณฐานชนิดแรกที่กล่าวถึง แต่อย่างไรก็ตามความสำคัญหรือความศักดิ์สิทธิ์ก็มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแน่...
เพราะพระบรมธาตุที่ปรากฏ เกิดจากจิตตานุภาพอธิษฐานแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเฉกเดียวกัน
คุณประโยชน์แห่งองค์พระบรมธาตุ คือหลาย ๆ ประโยคคำถามในความหมายเดียวกันจากผู้อ่านที่สอบถามมา ภูเตศวรก็ขออวดอุตริฯ สาธยายความคิดและจากคำบอกกล่าวของผู้รู้ที่ตนได้ยินมาดังนี้
1. รังสีแห่งพระบรมธาตุ เมื่อฉายไป ณ แห่งใดที่นั่นจะร่มเย็นเป็นสุข
2. ผู้ใดเป็นผู้มีศีลธรรม พร้อมถ้วนในคุณแห่งความดี พระบรมธาตุจักงอกเงยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีบ่งบอกถึงอำนาจของผู้ครอบครองและปฏิบัติบูชา
3. ป้องกันคุณไสย กำจัดอุบาทว์จัญไร ที่จะแผ้วพานผู้บูชา
4. ผู้ปฏิบัติธรรมสมาธิเบื้ององค์พระธาตุจักเจริญก้าวหน้าในศีล สมาธิและปัญญา
ทั้งหมดคือความเชื่อถือและผู้รู้ได้เคยกล่าวรวม ๆ ให้ผู้เขียนฟัง ส่วนเท็จจริงประการใด ผู้บูชาพระบรมธาตุจักรู้ได้ด้วยตนเองในวันข้างหน้า ดังคำกล่าวที่ว่า...
‘ปัจจัตตัง’ คือผู้ปฏิบัติเองย่อมรู้เอง
ข้อพึงปฏิบัตินี้ เมื่อได้รับพระบรมสารีริกธาตุแล้ว
1. ควรหาผอบ หรือเจดีย์ ไม้แก่นจันทน์มาบรรจุ
2. ใช้น้ำมันจันทน์แตะแต้มหรือชะโลมเป็นพุทธบูชา
3. วางไว้บนที่สูง หรือหิ้งพระในตำแหน่งสูงสุด
4. จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยอัญเชิญพระบรมธาตุฯ เข้าเป็นสิริมงคลภายในบ้าน เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ คุ้มครองภัยพิบัติให้ครอบครัว...
5. สวดมนต์ นั่งสมาธิเป็นประจำเท่าที่จะทำได้
6. ในวันปีใหม่ – สงกรานต์ หรือวันสำคัญในทางศาสนา เช่น วันมาฆะบูชา วันวิสาขะบูชา ควรนำพระบรมธาตุออกมาสรงน้ำ หรือจะใช้น้ำอบไทยสรงก็ได้ โดยอัญเชิญพระบรมธาตุลงบนผ้าขาวสะอาดบนพานหรือในสาคร จากนั้นให้นำเอาน้ำที่สรงพระธาตุฯ มาประพรมเป็นสิริมงคลกับตัวเอง
ทั้งหมดที่กล่าวมาคือวิธีการปฏิบัติอย่างคร่าว ๆ ...ซึ่งผู้ปฏิบัติจักได้ผลานิสงส์ อันเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างเอนกอนันต์
คาถาบูชาพระบรมธาตุ
(ขึ้นนะโม 3 จบ) จากนั้นจึงท่องคาถาว่า...
“อะหังวันทามิ ธาตุโย...
อะหังวันทามิ สัพพะโส...” และท้ายที่สุดควรท่อง พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้าว่า...
“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเส เสพุทธะนาเมอิ
อิเมนาพุท ธะตังโสอิ อิโสตังพุท ธะ ปิติอิ...”
ผลแห่งพระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้าจักทำให้คุณร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากภัยและยังมีผลทำให้พระบรมธาตุฯ เสด็จมาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
เอวังด้วยประการฉะนี้...
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com