
บทที่ ๒ (ตอนที่ ๑)
ขณะที่วรุตนักเขียนหนุ่มกำลังขยับปากอุทาน...รู้สึกกายของตนกระตุกวูบ...!! กริ๊ง...กริ๊ง...!!
...เสียงกรีดร้องของโทรศัพท์...กังวาน...
ร่างที่นอนสงบนิ่งบนที่นอนนุ่มไหวเยือกสะดุ้ง...สุดตัว
“ฝันหรือ...?” คนวัยสายสิบถามตัวเอง...แต่ในใจนึกค้าน... “ไม่ใช่” ตั้งใจขยับตัวหมายเอื้อมคว้าหูโทรศัพท์ตรงโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง...ใจสั่งแต่ร่างกายไม่ทำตาม...
สภาวะของร่างกายผิดปกติ...ตัวชา...ซ่านไปทั้งสรรพางค์...คอแห้งผาก...เหนื่อยเหมือนวิ่งมานับพันลี้...แต่ทว่าทำไมหัวใจกลับรู้สึกปีติสุขไม่อยากตื่นจากฝันจนนึกเสียดาย...เสียงโทรศัพท์ยังไม่หยุดคราง...วรุต...นึกขุ่นเคืองในใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ไอ้โทรศัพท์เฮงซวย...ซังกะบ้วย...กำลังฝันดีเชียว...!”
คนบ่นทำสีหน้าหงุดหงิด โมโหคนโทรศัพท์รบกวนอารมณ์
“สงสัย...ไอ้บอ.กอ หอกดาบ...หน้าจืดเป็นต้มฟักนั่นแน่ ๆ”
คนหน้าขาวขมวดคิ้ว...ไม่สบอารมณ์ “ช่างมัน...ไม่รับเดี๋ยวมันก็วางหูไปเอง สงสัยน้าแม้นไปตลาดถึงไม่มีคนรับสาย”
เสียงกริ่งโทรศัพท์หยุดครางไปแล้ว คนคิ้วเข้มถอนหายใจสีหน้าค่อยดีขึ้น...เมื่อความเงียบมาเยือน...ตาแลเลยไปยังหน้าต่างห้องนอน...แสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาตามรอยแยกของผ้าม่านกระจ่างตา...ขณะที่...วรุตพลันรู้สึกเงียบเหงา...ขึ้นมาจับใจ...หวนนึกถึงประโยคหนึ่ง...
“...ปารมิตา...” เจ้าตัวทวนคำแผ่วแทบไม่หลุดออกจากริมฝีปาก...พอเอ่ยคำนี้หัวใจมันสั่นระริกรัวขึ้นอย่างน่าฉงน
“เอาอีกแล้ว...” คนหน้าขาวนึกประหลาดใจ...กับความระริกรัวในจิตอย่างไร้เหตุผล
กริ๊ง...!!! เสียงโทรศัพท์กรีดเสียงขึ้นอีกคำรบ...วรุต...นึกโกรธ...ปากคันยุบยิบอยากตะโกนด่าคนโทรศัพท์รบกวนให้เจ็บ ๆ แสบ ๆ
“โว้ย!...มันหน้าด้านจริง ๆ” คนพูดขยับตัวลุกนั่งด้วยความโกรธลืมความเหนื่อยอ่อนเมื่อสักครู่สิ้น มือกระชากหูโทรศัพท์แรง...บอกถึงอารมณ์เดือดเหลือกำลัง
“ฮั่น...โหลว...! เสียงเน้นคำกระแทกกระทั้น...พอจับเสียงคนถือหูอีกข้างได้...เท่านั้น อารมณ์ร้ายก็ลุกพล่านดาลเดือดเป็นทวี เพราะคาดคะเนถูกว่าเป็นใครตั้งแต่ทีแรก
“ไอ้ฉิบหาย...! เมศว์ ตูนึกแล้วเชียว...ลูกเมียไม่สั่งสอน” คนรับสายเสียงเขียวคุกคาม
“อะไรวะ...! อารมณ์บูดแต่เช้าเชียว...เอ็งจะนอนกินปราสาทราชวังไปถึงไหนวะ ตะวันส่องตูดไหม้แล้ว...” เจ้าของกริ่งโทรศัพท์ไม่สนใจอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามกลับยั่วซ้ำ...
“ก็เพราะ...หนังสือซังกะบ้วย...ของแกสิ...! ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งทั้งคืน เช้าต้องมาเดือดร้อนรับโทรศัพท์กวนประสาทกับบอ.กอ. หอกอย่างแกอีก...โว้ย! เมื่อไหร่มันจะเจ๊ง ๆ ไปซะทีวะ...คนซื้อก็น้ำเน่าซื้ออ่านอยู่ได้”
เสียงของคนหน้าขาวแทบจะเรียกว่าตะโกนใส่หูโทรศัพท์ระบายความขุ่นแค้นต่อไม่ลดละ แถมพาลคนอ่านหนังสืออีกทอด
“แล้วแกคิดว่าไอ้นิยายรักหวานเลี่ยนเอียนจิต...ของแกดีนักรึไง...? คนอ่านก็น้ำเน่าอย่างพูดจริง ๆ นะแหล่ะ...!” อีกฝ่ายก็ไม่ลดราวาศอกยั่วต่อ
“เออ...สิว่ะ! งั้นไม่ต้องมาเอาต้นฉบับ...คิดว่าชั้นง้อแกรึไง...เวรตะไลจ่ายค่าเรื่องก็ถูก...ยังบังคับไม่ให้เขียนส่งหนังสือคู่แข่งของแกอีก เอ็งจะเป็นเพื่อนหรือพ่อ...กันแน่วะ...? คนหัวเสียระเบิดอารมณ์ร้าย
“โธ่เอ๊ย! หนังสือเล่มอื่นมานั่งกราบนั่งกรานให้เขียนชั้นยังไม่สนเลย จำไว้นะ นายปรเมศว์..อย่าถือว่าเป็นเพื่อนแล้วจะมาบังคับกันได้ หนอย...เสือกมาเคี่ยวเข็ญ...”
นักเขียนหนุ่มร่ายยาว...ไม่ปล่อยให้คู่สนทนาโต้ตอบ...ใด ๆ ได้
“......!!?!!” ฝ่ายตรงข้ามเงียบไม่ตอบโต้
“เงียบทำไมวะ...? อ๋อ! เอ็งประชด...เรอะ...?” คนขี้โวยวายพาลไม่หยุด
“อะไรของแกละ...พูดก็โกรธ...นิ่งก็โกรธ...นี่! คุณวรุตครับ ถ้าคุณจะกรุณาฟังผมหน่อยจะกราบขอบพระคุณมาก ความจริงคุณต้องส่งต้นฉบับให้ผมตั้งแต่วันพุธ แต่นี่มันวันศุกร์แล้วครับ...ถ้าผมไม่เร่งคุณก็แช่งาน...ผมก็ฉิบหายสิครับ...!” ท่าทางฝ่ายทวงต้นฉบับชักเริ่มจะเหลือทนบ้างแล้ว
“เออ!...ให้คนมารับได้เลย...จะฝากน้าแม้นไว้ให้...ประเดี๋ยวชั้นจะไปหาหมอ...” คนคิ้วเข้มเสียงชักอ่อนแต่ยังไม่วายกระเง้ากระงอด “ตูกำลังจะตาย”
“เฮ้ย! ไอ้รุต...เอ็งเป็นอะไรถึงกับต้องหามดหาหมอวะ!”
ปรเมศว์...สวนคำด้วยความห่วงใย
“เมนส์มาไม่ปกติว่ะ...! เอ็งไม่ต้องเสือกเรื่องของข้า...ให้เด็กมารับต้นฉบับก็พอ...หมดธุระหรือยัง...” นักเขียนหนุ่มตัดบทคล้ายรำคาญ
“โคตร...ปากจัดเลย...ผู้ชายอะไรวะ...” เสียงบ่นเบา ๆ แว่วมาตามสาย...เจ้าตัวยังอุตส่าห์ได้ยิน...
เท่ากับจุดไฟราดน้ำมันเบนซินอีกคำรบสอง...พ่อคนปากจัดขยับปาก
“โธ่...ไอ้เวร...ไอ้ลิตเติ้ล ค็อกโคดาย...หางแดง...เอ็งจะไปตายหอกตายดาบที่ไหนก็เชิญ...ไอ้ฉิบหาย...นี่มันวอนเว้ย...! ลูกเมียไม่เคยสั่ง...เคยสอนเลยรึไง...ว่ากวนโทสะชาวบ้านแต่เช้ามันไร้ มันยาด ไอ้หอก...ฯลฯ”
“..........!!?”
ความจริงฝ่ายตรงข้ามวางหูไปแล้วตั้งแต่คำเริ่มต้นประโยคเพิ่งขึ้น
“ไอ้บอ.กอ. ซังกะบ้วย...” ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฝ่ายท่านบอ.กอ. วางหูไปแล้วคนปากจัดยังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเจริญพรตามหลังอีกคำ
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com