
เกี่ยวกับผู้เขียน
ภูเตศวร หรือ ประพนธ์ วิพัฒนพร ชายหนุ่มอายุ ๓๐ (ขณะแต่งเรื่องนี้) พื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดนครพนม ชีวิตของเขาล้มลุกคลุกคลานมากับงานหลากหลาย ทั้งฝ่ายศิลป์ของหนังสือ เขียนการ์ตูน ทำโฆษณา ทำหนังสือ จนกระทั่งการเป็น Sub editor ของหนังสือพิมพ์มาตุภูมิธุรกิจ และมาตุภูมิรายวัน ซึ่งเป็นสายทางที่เขาได้โคจรมาพบกับ แม่ครู จากเรื่องสั้นเรื่องแรก น้ำตาอาลัย ในโอกาสที่ กุลสตรี ครบรอบ ๑๘ ปี จึงขอมอบของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับผู้อ่าน ด้วยนวนิยายฉีกแนวเรื่อง ร่าง ผลงานเรื่องยาวเรื่องแรกในชีวิตของเขา
“เรื่องนี้เป็น Dreamatic คือความฝันครึ่งหนึ่ง ประสบการณ์ครึ่งหนึ่ง ความฝันคือการศึกษา ศึกษาแล้วเราผูกเรื่อง แต่ประสบการณ์บางส่วนสามารถให้รายละเอียดได้ดีขึ้น เป็นข้อมูลดิบที่มีอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ผมเจอเรื่องแปลก ๆ เกี่ยวกับของขลังมาตั้งแต่เป็นเด็กเยอะมาก เมื่อมาถึงวันนี้ผมยืนยันได้ว่า ทุกอย่าง...วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้”
จากนั้นก็เป็นการเล่าเรื่องประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อ เป็นการยกตัวอย่าง ทำเอาคนฟังนั่งขนลุกด้วยความอัศจรรย์อยู่ครามครัน ปาฏิหาริย์ของสิ่งเหล่านั้นบวกกับความล้มเหลวในงานอาชีพมาตลอด เป็นเหตุให้เขาหันเข้าหาพระธรรมเพื่อยึดนำจิตใจ เมื่อศึกษาจนรู้เหตุรู้ผลของสิ่งเหล่านั้น จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนศาสนาโดยปริยาย (เดิมนับถือคริสต์คาทอลิค)
“เรื่องนี้ผมกล้ายืนยันว่า ร่าง เป็นประสบการณ์ที่เกิดจากโอปปาติกะ เคยนั่งสมาธิแล้วเห็นเทพเจ้า ความรู้สึกในจิตบอกว่าใช่แน่ งานเขียนของผมจึงมีอยู่สองจุดที่คิดไว้ คือแนวโรแมนติก และเรื่องของจิตวิญญาณ เพราะ จิตรู้ บอกกับตัวเองว่า นี่คือหน้าที่ที่จะต้องกระทำ คือผมเชื่อว่าทุกสมัย ความเชื่อของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ ศาสนาก็เหมือนกัน ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงหลักธรรมะ แต่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างเมื่อก่อนคนเชื่อลัทธิโยคีจากนั้นก็ลุกขึ้นมาเป็นศาสนาพุทธ”
“ผมเขียน ร่าง จะอิงอยู่สองทางคือพุทธศาสนากับพราหมณ์ (ความเชื่อในเรื่องเทพเจ้า) สองอย่างนี้ค่อนข้างสอดคล้องกันในด้านเนื้อหา ผมอธิบายในเรื่องของเทพเจ้า แต่ในการปฏิบัติธรรม ผมเอาศาสนาพุทธเข้ามาช่วย ความจริงคนไทยเป็นชนชาติที่โชคดีมาก ๆ ในแง่ที่มีพุทธศาสนา เรื่องจิตวิญญาณนี่ต่างชาติพยายามศึกษามาก แต่คนไทยมีพระอริยเจ้าเป็นผู้ชี้ทางประเสริฐให้ในพระธรรมคำสอน อยู่ที่ใครจะมองเห็นเท่านั้น ถ้าใครอ่านเรื่อง ฌาน แล้วมาอ่านเรื่อง ร่าง น่าจะได้ความรู้ประกอบกันไป คือรู้ทั้งรากแก้วและรากแขนง”
ด้วยจิตที่ต้องการบอกบุญ นี่คือจุดที่เขาปฏิเสธตลาด “ผมไม่คำนึงถึงว่าตลาดจะรับหรือไม่ แต่เขียนในส่วนที่ตัวเองอยากจะเขียน คิดว่าสิ่งนั้นดีแล้ว ออกมาจากความบริสุทธิ์ใจตัวเองจริง ๆ ถ้าโลกวิญญาณ โลกทิพย์มีจริง...ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ก่อน การที่เราเขียนอะไรสะกิดความรู้สึกเดิมของคน ทำให้เขาหันกลับมาในแง่ของธรรมะเดิมบ้าง ผมก็พอใจแล้ว”
สองคนป้าหลานโคจรมาพบกันในวัฏจักรที่ผูกพันบนสายธารวรรณกรรม และด้วยศรัทธาในศาสนาอย่างคนที่ใฝ่ใจ คำว่า ‘ผ่าน’ จากนักเขียนมือครู คือกำลังใจเสริมสร้างความมั่นใจในเส้นทางที่เขาเลือกแล้ว คือการเป็นนักเขียนที่สืบทอดเจตนารมณ์ ทมยันตี
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com