การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

ตอนที่ 9 สุราฮาเฮ (1) by แก๊งขาสั้น

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
24 เข้าชม
กระทู้: 9374
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@adminnn)
สมาชิก
เข้าร่วม: 5 ปี ที่ผ่านมา
[#479]

ตอนที่ 9. สุราฮาเฮ (1)

 

          "เฮ้ยอัส! กลับเหอะ เขาเลิกกลับบ้านกันไปหมดแล้ว นั่งเหม่ออยู่ได้ "

         " หือ.. "

     ผมคงนั่งคิดย้อนชีวิตสู่วัยมัธยมปลายไปอีกนาน ถ้าเจ้าเก่งไม่กระตุกความคิดกลับสู่ปัจจุบัน

         " อือ.. คิดอะไรเพลินไปหน่อยว่ะ ไอ้พี่โหน่งไปแล้วเรอะ เซ็งชิบ.. "

         " ข้าก็เซ็ง งั้นเราไปหาอะไรกินแก้เซ็งดีกว่า ปอ..นายไปตามพรรคพวกมาก่อนเหอะ "

     วันนั้นกลุ่มผมทั้งโขยงมี เก่ง ปอ เพื่อนจากโรงเรียนเดิมกับจ๊อด แม็ค จ๋อ และอุ๊ เพื่อนใหม่ไฟแรงสูงเพิ่งรู้จักไม่นาน เริ่มต้นรู้จักการแก้เซ็งตามประสาผู้ชาย เป็นครั้งแรกของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยการดื่มน้ำมังสวิรัติ คือไม่กินเนื้อสัตว์ เน้นเฉพาะธัญพืชประเภทถั่ว..งา ทอดกรอบ กับ น้ำหมักยอดข้าวมีดีกรีเท่านั้น

     ครั้งนั้น เรายังอ่อนหัด อ่อนประสบการณ์ และอ่อนต่อโลกยามราตรี เมื่อหายเซ็ง หายเหนื่อย เราจึงเดินเกาะกลุ่มกลับเข้าหอพักก่อนเที่ยงคืน ตามกติกา ทุกคนเดินตรงทาง ไม่มีใครเสียศูนย์ เพราะสุราฮะกึ๊นเพียงครึ่งค่อนขวด ปรับเปลี่ยนนิสัยเราได้แค่กำลังครึ้มอกครึ้มใจ อยากร้องรำทำเพลง มากกว่าพะบู๊กับยามหน้าหอพัก

         "พิภพมัจจุราช ใครถึงฆาตดับชีวี สุวรรณมาเปิดบัญชี เห็นของดีให้ขึ้นซา.. หวัน "

         "ถ้าทำดีให้ขึ้นสวรรค์ โว้ย.. ไอ้แม็คแกอย่าลามก.. ทะลึ่งไม่ดูเวล่ำเวลา เล่นกะท่านสุวรรณ เดี๋ยวเถอะแก "

         "งั้นร้องเพลง แพ้ใจ ของใหม่ เจริญปุระก็ได้ " อารมณ์อยากร้องเพลงมีมากกว่า อารมณ์หงุดหงิด เพื่อนแม็คจึงลงทุนต่อรอง

         "เก่งมาจากไหน … น.. ก็แพ้หัวใจอย่างเธอ.. เอ้อเฮอ เก่งมาจากหนาย… . " แม็คร้องไม่ทันจบ เจ้าเก่งก็รับลูกต่อ

         "เก่งมาจากไหนเหรอ..ก็มาจากพิษณุโลกนะซี "

         "ไม่ต้องบอกหรอก ใครก็รู้ว่าแกมาจากพิษณุโลก ข้าร้องเพลงโว้ย ไม่ได้ถามแก ไอ้เก่งหอกหัก "

     ต้องห้ามทัพกันล่ะครับ มิฉะนั้นเรื่องยาว.. แน่

     เพราะงี้แหละ หลังจากวันนั้นแล้ว เราก็บรรลุสัจธรรมว่า จะไม่ยอมให้เพื่อนรักคนใดในก๊วน เกิดอาการเซ็งเด็ดขาด

     งานกินเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรานั้น เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าเป็นเรื่องเราละก็ไม่มีการเลิกรา สำหรับงานกินเหล้า ขอให้ใครสักคนเอ่ยคำว่า "เซ็ง " เท่านั้น ทุกอย่างจะดำเนินไปตามครรลอง โดยมีเราเป็นตัวกระพือต่อ

     เมื่อเป็นฉะนี้นี่แล อาการเซ็งจึงเป็นสิ่งจุดประกาย ให้นำไปสู่จุดหมายของงาน ชุมนุมสามัคคีกินเหล้า ตามที่เราต้องการ

     แดดยังไม่ทันร่ม ลมยังไม่ทันตก เจอะเจอกันเมื่อไร ใครอย่าเผลอพูดเข้าเชียว เราย่อมมิอาจขัดใจสหาย เสนอมาก็สนองตอบซีครับท่าน

         "ทำข้อสอบไม่ได้ เซ็งว่ะ "

         "โอ๊ยเซ็ง! จักรยานยางแบน "

         "เสียค่าปรับห้องสมุดตั้ง 3 บาท เซ็ง! "

         "งั้นไปกินอะไรให้หายเซ็งดีกว่า "

     แต่บางทีก็ไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่อไม่ใครเริ่มต้น เราก็พยายามหาต้นตอสมมติฐานให้ได้ คนที่ถนัดในการคะยั้นคะยอให้เพื่อนเซ็งละก็ ไม่มีใครเกินไอ้แม็ค

         "น้องคนที่แกเหล่น่ะ มีแฟนแล้วโว้ย รวยกว่า.. หล่อกว่าอีกต่างหาก เป็นไง เซ็งรึยัง.. จ๋อ "

         "ชั่งปะไร.. ข้าไม่เซ็ง "

         "แกช่วยเซ็งหน่อยซี.. นะจ๋อนะ.. ไม่เซ็งเหรอ.. งั้นน้องรหัสแกหน้าตาเหมือนจิ้งจกถูกหนีบเลย " เท่านี้ไอ้จ๋อก็ตะบะแตก

         "เออ.. ตอนนี้ข้าเริ่มเซ็งจริงๆ แล้วล่ะ เซ็งแกไงไอ้หอกแม็ค "

     เมื่อเซ็งแล้ว ก็หาวิธีแก้เซ็งซีครับ เราจะหายเซ็งก็ต่อเมื่อมีเหล้ากิน และการกินเหล้า ถ้าเป็นแบบธรรมดาๆ มันก็ไม่ใช่พวกเราอยู่แล้ว มันต้องพิสดารเข้าว่า ถึงจะถูกสะเป็ก

     วิธีแรกคือ ออกกินเหล้านอกสถานที่ ทำนองออกทัศนศึกษาว่างั้นแหละ ขาไปนั้นไร้ปัญหา ว่างเมื่อไรก็ไปเมื่อนั้นแต่ขากลับนี่สิ ปัญหาโลกแตกจริงๆ

     เมื่อหอพักชายปิดประตูใหญ่เวลาเที่ยงคืน หากพลั้งเผลอกลับเกินเวลาคราวใด..คืองี้ครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอสารภาพซะเลยก็ได้ว่า ลงได้ออกทัศนาจร เพื่อเก็บเกี่ยววิสัยทัศน์ละก็ หายากครับที่จะกลับตรงเวลา ดังนั้นหนุ่มหอรอแร่ดทั้งหลาย จึงต้องงัดกลยุทธ์ทุกกระบวนท่า มาใช้เพื่อความอยู่รอดกันสุดฤทธิ์

         "ไอ้น้อง หอปิดแล้ว ห้ามเข้า "

     เมื่อยามทำหน้าที่ขันแข็ง เราก็ต้องอ่อนข้อ ยอมถอยให้หนึ่งก้าว เพื่อตั้งหลักโต้ตอบขอความเห็นใจ

         "โธ่พี่ ผมไปทำรายงานกับเพื่อนตรงปากทางประตูมหาวิทยาลัยนี่เอง ทำเพลินไปนิด เลยกลับมาช้าน่ะ เพิ่งเป็นครั้งแรกด้วย อย่าถือโทษโกรธเคืองกันเลยน้า.. "

     บางรายเล่นหนัก ถึงกับลงทุนแช่งบรรพบุรุษตัวเอง

         "เห็นใจเถอะพี่ แม่ผมป่วยหนัก ไปเยี่ยมถึงโรง’ บาลจุฬา กว่าจะนั่งรถ 3 ต่อมาถึงนี่ รถรึก็ติดบรรลัยจักร..โคตรติดเลย "

     แล้วคุณคิดว่ายามจะเชื่อคารมพวกเรามั้ย

         " น้องครับ ช่วยไปอมหลวงพ่อโต วัดอินทร์ฯ บางขุนพรหม มาพูดเถอะไป๊ กลิ่นละมุดสุกหึ่งมาทั้งก๊กอย่างนี้ละก็ ออกไปกินเหล้ากันมาละซีท่า อย่ามาโอ้โลมหน่อยเลย ไม่เปิดประตูให้ร้อก "

     แน่ะ! ทำเป็นใจแข็ง ไม่เป็นไร เราเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ก็ได้

         "ไอ้เก่ง กะจ๋อแน่ะ ช่วยเจรจาให้ที "

     ที่กะเกณฑ์ให้สองคนนี่เป็นหน้าม้า ก็เพราะรู้ว่าคงเมาน้อยกว่าใคร กลิ่นคงไม่ฟุ้งกระจายไปก่อนตัว อะไรนะครับ.. วุ้ย! ไม่มี๊ไม่มี..อย่าควานหาคนไม่เมาเลย เพราะไม่มีคนไม่เมาในสารบบการแก้เซ็งของก๊วนเรา

         "แต่วันนี้ข้าเมาว่ะ กะเมาให้หายเซ็งหน้าไอ้แม็คไง " เจ้าจ๋อขอบายเอาดื้อๆ

         "งั้นเก่งก็ได้ ตอนนี้เหลือเอ็งคนเดียวที่ดูดีสุดๆ ทรงตัวได้ตรงกว่าเพื่อน ไปเลยไป " เห็นความพยายามของเรามั้ยล่ะครับ

     แผนนี้ไม่ประสบความสำเร็จหรอกครับ เจ้าเก่งถูกจับได้ด้วยจำนนต่อหลักฐาน แม้จะแอบไปเคี้ยวใบฝรั่งเต็มกำมือจนไร้กลิ่นแอลกอฮอล์ กับใบรับรองจากผองเพื่อนที่เห็นว่าทรงตัวได้ดีกว่าใครนั้นไม่ช่วยแก้สถานการณ์ได้เลย เนื่องจากเวลาเจรจา มันต้องเดินเข้าหายาม อาการพุ่งไปข้างหน้า 2 ก้าว แล้วถอยหลัง 5 ก้าวของมัน จึงมิอาจตบตายามผู้เคร่งครัดกฎกติกา

     ปีศาจสุราแบบเรา มีทั้งเมาน้อย เมามาก และเมาที่สุด ต่างอยู่ในแฟมิลี่เมาแอ๋กันทั้งนั้น จึงรวมหัวกันคิดแก้เกมกับยาม เพื่อความบันเทิงแห่งการดวดสุรา

     เมื่อเข้าหอพักทางประตูหน้าตามปกติ แล้วผ่านด่านอรหันต์ 18 ทิศไม่รอด เรื่องอะไรจะยอมแพ้ให้เสียฟอร์มเล่า มีทางให้เราเลือกอีกเยอะแยะ

     ทางบกไม่เวิร์ค เราก็พุ่งเป้าไปทางน้ำซี คืองี้นะครับ รอบๆหอพักมหาวิทยาลัยผมเนี่ย เขาขุดคูน้ำเอาไว้ปลูกบัวมั่ง เลี้ยงลูกน้ำบ้าง ความลึกไม่มาก ประมาณว่าแค่เอวผู้ใหญ่นี่แหละ

     ใหม่ๆ ผมคิดไม่ออกว่า คูน้ำที่ว่าเขามีไว้เพื่ออะไร เอาไว้กันมดขึ้นหอพักรึ ก็ออกจะลงทุนมากไปนิด อยู่ไปๆ จึงประจักษ์ว่าผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ท่านมองการณ์ไกล สามารถรู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนักศึกษาของท่าน คูน้ำนี้จึงเป็นกับดักที่ท่านวางไว้ล่วงหน้าอย่างแนบเนียนจริงๆ

     เข้าประตูหน้าไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่เป็นอุปสรรคที่จะห้ามเราข้ามไปทางคูน้ำ บ่เป็นหยังดอกเด้อ รักจะเที่ยวต้องรักที่จะผจญภัย ชีวิตจึงมีรสชาติ

     แม้คูน้ำจะไม่ลึก ความกว้างก็พอโดดพ้น นั่นคือ เงื่อนไขสำหรับคนสติสัมปชัญญะครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีดีกรีแอลกอฮอล์ผสมในสายเลือดอย่างก๊วนเราในขณะนี้

         "แน่ใจนะอัส ว่าจะโดดข้ามได้พ้นฝั่ง "

         "ไม่แน่ใจ แต่ไม่มีทางเลือกนี่หว่า "

     เมื่อเพื่อนถามความแน่ใจ ผมก็เว้ากันซื่อๆ แบบนี้ล่ะ ใครจะรับรองใครได้ในสถานการณ์เช่นนี้ การข้ามคูน้ำ เป็นความหวังใหม่อีกทาง แต่ใช่ว่าจะได้ผลร้อยเต็มร้อย

         " ตูม "

     มั้ยล่ะ! ไอ้อุ๊พลาดขอบคู ลงแอ้งแม้งคนแรก

         "บ้าเอ๊ย..เพจ..เพจหลุด ช่วยงมหน่อยโว๊ย "

     คืนนั้น นับแล้วเปียกน้ำเกือบหมด รอดแค่ 1 ใน 8 นอกนั้นตกน้ำไม่ไหล จมโคลนหมด กว่าจะขึ้นฝั่ง ตะกายกลับหอพักได้ครบก็เกือบสว่าง นับว่าเป็นบุญพาวาสนาส่งยิ่งนัก

     อุปสรรคคูน้ำขวางกั้นแค่นี้ คิดหรือว่าเราจะถอดใจไม่ออกไปเฮฮาปาร์ตี้กันอีก

     เมื่อโดดไม่พ้นคูจนเปียกน้ำ เราก็หาทางใหม่ ซ้ำเล็งไว้แล้วว่า ระหว่างฝั่งต่อฝั่ง มีท่อน้ำประปา พี.วี.ซี เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว สีฟ้าจัดจ้าน ตัดกับแสงจันทร์ยามราตรีชัดเจน

     และชัดเจนแจ่มตายิ่งขึ้น เมื่อกลุ่มคนเมาพยายามประคองตัวเดินข้ามท่อ แต่ไปไม่รอดต่างลื่น รูดตกน้ำคนละตูมสองตูม

     คุณเอ๊ย.. การตกน้ำด้วยวิธีนี้ สุดประทับใจก็ตรงที่.. ก่อนตกกระทบน้ำ ห้องเครื่องที่มีน้องชายสุดรักของแต่ละคนซ่อนตัวอยู่ ได้บรรจงกระแทกท่อ พี.วี.ซี เป็นการสัมผัสสั่งลา แล้วไถลลงแช่น้ำเป็นทางการนั้น น้ำในคูที่ว่าเขียวด้วยตะไคร่น้ำค้างปียังไม่เขียวเท่าใบหน้าของเรา ที่ทั้งเจ็บทั้งจุก

     แต่อย่าคิดนะครับว่า พวกเราจะเข็ด

     พอเกิดอาการเซ็ง เราก็ออกไปอีก อย่างเช่นคืนนี้

         "ข้าว่า เราต้องปรับแผนกันใหม่แล้วล่ะ ขืนดันทุรังออกไปกินเหล้านอกหอ แล้วกลับมาเจอขวากหนามอย่างนี้อีก ไม่ไหวว่ะ แค่คิดก็เซ็งชิบโผง "

         "อ๊ะๆ อย่าเซ็งนะโว้ย เดี๋ยวได้ไต่ท่อกลับหออีกรอบหรอกเอ็ง "

     ไอ้ปอเพื่อนเกลอ ห้ามทัพไอ้จ๊อด

         "ทำไงถึงออกไปกินได้อย่างคล่องคอ ไม่มีประตูหอพักเป็นมารคอหอย ไม่ต้องแก้ตัวกับยาม ไม่ต้องโดดข้ามคู ไม่ต้องเล่นไต่ราวเป็นกายกรรมกวางเจายามดึก ห้องเครื่องไม่อักเสบ น้องชายไม่ระบม มือถือไม่หล่นหาย เพจไม่เปียกน้ำ "

         "เออว่ะ ก็ช่วยๆ กันคิดเข้าซิ "

         "ที่สำคัญคือ ข้อความที่แฟนเพจมายังอยู่ครบ ไม่งั้นเพจเปียกหน่อยเดียว หายเกลี้ยง โคตรเซ็งเลย " ไอ้จ๊อดยังคงคร่ำครวญด้วยความรันทดหดเหี่ยว

         "ขืนพูดว่าเซ็งอีกที ไม่เหยียบให้แบบเป็นรองเท้าแตะละก็อย่านับถือว่า ข้า คือ ปอ ระเบิดนาปาล์ม " เจ้าปอชักหงุดหงิดเต็มที

     ผมล่ะเห็นใจ๊ เห็นใจเพื่อนจ๊อดมัน คนกะลังตกอยู่ในห้วงเหวแห่งฟามรักเนี่ย อะไรๆ ดูหวานแหวว สะหวีดหยดจนมดขึ้นซะทุกอย่าง แฟนมันเพจข้อความมาตะละที อ่านแล้วหายเมาเป็นปลิดทิ้ง ทุกคนลงความเห็นว่า ดูบื้อๆ ชอบกล แต่มันยืนยันว่าน่ารัก น่าหยิก

         "เดือนที่รอ พอศอที่คิดถึง อย่าลืมน้องผึ้งนะห;านใจ "

         "อุแหวะ! "

         "อิจฉาละซี้ไอ้ปอ ทีของเอ็งน่าอ๊วกกว่าตั้งเย้อ.. เยอะ ข้ายังไม่ขัดคอเลย.. ทองหยิบ.. ทองหยอด.. ฝอยทอง.. เม็ดขนุน.. ละมุด.. พุทรา.. หวานพอมั้ยจ๊ะด่าลิ้ง.. จากน้องแมว เหมียวๆ หง่าว.. ฮ่าๆ.. เอิ๊ก "

     เจ้าปอ เดินหน้างอเป็นมะเหงกเข้าห้องน้ำไปแล้วล่ะครับ คงแสลงใจละมั้ง ที่ความลับถูกเปิดเผย กลายเป็นปอ ระเบิดด้านเรียบร้อยโรงเรียนเพจเจอร์

         "ทำจะไดน้อ ช่วยกันคิดหน่อยเซ่ "


แบ่งปัน:

Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com