
มีอะไรใหม่ เดือน มิถุนายน ๒๕๔๙
ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปิติที่จะได้ร่วมเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสอันเป็นปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี (วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙) เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก (The 60th Anniversary Celebrations of His Majesty’s Accession to the Throne) และในโอกาสที่ ฯพณฯ นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทูลเกล้าฯถวาย “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ซึ่งในวโรกาสมหามงคลนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจใหญ่หลวงต่อชาวไทย ตามกระแสรับสั่งว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” การที่ทรงได้รับการเทิดพระเกียรติทั่วทั้งสากลให้เป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระวิริยะอุตสาหะ คงไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าในพระราชหฤทัยของพระองค์ ที่ทรงมีแต่พสกนิกรชาวไทย นั่นคือเหตุผลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งพวกเราประชาชนชาวไทยมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงต้องสำนึกในหน้าที่นั่นคือ “การตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน”
ตลอดเดือนพฤษภาคม ทางกองบรรณาธิการได้ปรับปรุงเนื้อหาในคอลัมน์สารพันความรู้ ซึ่งสาระน่ารู้จะทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้สมาชิกเลือกอ่านได้ตามความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์
· ครูบาอาจารย์ ที่ลงประวัติของพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล
· ปกิณกะธรรมะ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
· ปฏิบัติถูกสุขภาพดี ซึ่งแยกเป็นสุขภาพกาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สมุนไพร ไพลแก้เคล็ดขัดยอก นอนไม่หลับทำอย่างไรดี ของฝากสำหรับผู้สูงอายุ ท้องผูกป้องกันได้ด้วยอาหาร รับร้อน และโยคะฝึกจิตพิชิตโรค ส่วนสุขภาพจิตนั้น โปรดอดใจรอนะคะ
· วิถีแห่งไทย จะประกอบด้วย บายศรี บัว เรือนไทย ขนมไทย ความหมายของตราสัญลักษณ์ฯ 60 ปี และ ฝนมาแล้ว นอกจากนี้ ยังแยกย่อยออกเป็น
รสรื่นชื่นภาษา ซึ่งประกอบด้วย ชื่อนั้นสำคัญฉะนี้ ภาษาพาชื่นบาน จิงโจ้ที่มิใช่จิงโจ้อย่างเดียว และ ชักเปี๊ยะ
เชิงชั้นการใช้ภาษา ซึ่งประกอบด้วย เวียนเป็นมงคลต้องทักษิณาวรรต ทำไมต้องคว่ำบาตร มหานทีสีทันดร และ ฤกษ์
· ปุจฉา-วิสัชนา ส่วนหนึ่งของคำถาม-คำตอบที่มีเข้ามาเพื่อไขข้อสงสัยด้านธรรมะ
· ธรรมะเตือนใจ ที่มีแง่คิด สะกิดใจ และคอยเตือนใจให้เรามีสติกำกับอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่จะทำการใด
บทย่อ นมัสการภันเต
นมัสการภันเต เดินทางมาถึงตอนอวสานแล้วในจดหมายฉบับที่ ๑๓ นี้ค่ะ ดังนั้นกองบรรณาธิการจึงขอนำจดหมายฉบับที่ ๑๑ - ๑๓ มาให้สมาชิกทุกท่านได้อ่านจนจบ จากนั้นทาง กองบรรณาธิการจะสรุปจดหมายให้สมาชิกได้ทราบอีกครั้งว่า ในจดหมายแต่ละฉบับ ท่านมหาแหมวได้นำพาท่านแวะไปยังสถานที่ใดค่ะ
ออกจากเดลฮีมหาแหมวจะนำท่านบินสู่บอมเบย์ หรือชื่อเดิมว่า “มุมไบ” ซึ่งถือว่าเป็นเมืองท่าสำคัญ เป็นที่ขนถ่ายสินค้าทางเรือที่เจริญมาก ๆ เป็นศูนย์กลางการค้า...อุตสาหกรรมที่สำคัญยิ่งของอินเดีย เรียกว่าเจริญจนขณะนี้ถนนเลียบชายทะเลที่มีชื่อว่า ‘มารีนไดรว์’ เมื่อมองลงมาจากที่สูงในเวลากลางคืนจะเห็นแสงไฟระยิบระยับเป็นเส้นโค้งประหนึ่งสร้อยพระศอแห่งมหาราชินีเลยทีเดียว จากนั้นจำนำท่านไปชมประตูอินเดียอันยิ่งใหญ่ตระการตาซึ่งสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกเมื่อคราวพระเจ้าจอร์จกับพระนางแมรี่เสด็จเยือนอินเดียเมื่อปี ค.ศ.1911 ยังมีรายการเยี่ยมชม ‘HANGING GARDEN’ หรือที่เรียกว่าสวนแขวนและสวนสาธารณะกมลา เนรูห์ ที่เป็นสวนสร้างทับบนอ่างเก็บน้ำบนเนินเขามาลาบาร์ ตบท้ายด้วยการเดินช็อปปิ้งบนถนนในเมืองแต่ท่านต้องทำใจในการต่อราคาให้เยอะ ๆ นะคะ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องหารด้วยสอง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ลองค้นหาคำตอบกันค่ะ
มหาแหมวจะนำท่านออกจากบอมเบย์ สู่ออรังกาบัดเพื่อชมถ้ำเอลโลร่า ซึ่งถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมโบราณชิ้นเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่ง โดยฝีมือมนุษย์ ถูกสร้างขึ้นทั้งหมดสามสิบสี่ถ้ำ เป็นถ้ำในศาสนาพุทธสิบสองถ้ำ นอกนั้นเป็นของศาสนาฮินดูกับศาสนาหรือลัทธิเชน ซึ่งมหาแหมวกล้ากล่าวเต็มปากเต็มคำว่า...ศาสนสถานและโบราณสถาน เหล่านั้นสามารถบ่งบอกถึงสิ่งซ่อนเร้นในหัวใจบรรพชน...
...ถ้ำพุทธ...สงบ...ร่มเย็น ไม่ซับซ้อน เปรียบกับธรรมแห่งพุทธองค์ที่มุ่งเน้นความว่าง...สงบสุขในจิตและเรียบง่ายกับการดำเนินชีวิต
ถ้ำฮินดู...โอฬารซับซ้อน น่าเกรงขาม คือภาพของเหล่าเทพเจ้าผู้ทรงอำนาจที่ให้มนุษยชาติกราบไหว้ขอพร ขออำนาจคุ้มครองชีวิตตนให้เป็นสุขจากอำนาจมาร
ถ้ำเชน...ปลดเปลื้อง...สมถะ ตามแบบฉบับของมหาวีระผู้เป็นศาสดาที่ไม่ยอมแม้หาอาภรณ์ห่มกาย ในความหมายของการละวางโลก ละวางแม้ความอายที่มีอยู่ในตัวเอง
สำหรับเมืองออรังกาบัดหรือออรังคบาด ถูกตั้งชื่อตามพระนามของจักรพรรดิโมกุลผู้เกรียงไกรที่ชื่อ ‘ออรังเซบ’ บ้านเรือนในเมืองออรังกาบัดยังเหลือเค้าของสถาปัตยกรรมอิสลามอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญที่เรียกว่า ‘บีบี-มักบารา’ ซึ่งมีผู้ยกย่องว่าเป็นทัชมาฮาลแห่งภาคใต้ นอกเหนือจากนี้ ท่านวิทยากรมหาไพรัชยังได้บรรยายเรื่องวิถีการครองเรือนของคนอินเดีย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เชิญทุกท่านค้นหาคำตอบได้ค่ะ
มหาแหมวนำท่านสู้ถ้ำอาจันต้า ความจริงน่าจะเรียกว่า “หมู่ถ้ำอาจันต้า” มากกว่าเพราะเป็นถ้ำที่สร้างขึ้นจากแรงงานมนุษย์ถึงสามสิบถ้ำ...และเป็นถ้ำที่เป็นของศาสนาพุทธทั้งหมด ต่างกับถ้ำเอลโลร่าที่มีการประกวดประชันกันระหว่างศาสนาเชน...ฮินดูและพุทธ
อาจันต้า ตั้งอยู่บนภูเขาเป็นรูปคล้าย ๆ เกือกม้า ตรงกลางเป็นช่องเขาแคบ ๆ มีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านท่ามกลางทัศนียภาพของธรรมชาติสวยงามสงบสงัด เป็นการผสานธรรมชาติกับฝีมือมนุษย์ เข้าด้วยกันเรียกว่าสวยงามวิจิตรอย่างน่ามหัศจรรย์ อีกทั้งยังมีภาพเขียนแบบ ‘เฟรสโค’ ที่งดงามตระการตาประดับประดาเต็มถ้ำไปหมด ในบรรดาสามสิบถ้ำของอาจันต้ามีอยู่ห้าถ้ำที่สร้างขึ้นในรูปแบบศาสนสถานเป็นโบสถ์-วิหารด้วยมีพระเจดีย์แกะสลักหินมีหลังคาเป็นรูปคานทรงโครงกระดูกที่ผู้สร้างคล้ายจะวางปริศนาธรรมไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้คิด... ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดในการเดินทางสู่อินเดียก็สิ้นสุดลง ณ.ที่ตรงนี้ พร้อมคำถามและข้อสงสัยต่าง ๆ ที่ติดตามมหาแหมวมาตลอดว่า พระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่ ? ซึ่งวันนี้ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ส่วนท่านละ ยังคงติดใจสงสัยในพระพุทธเจ้าอยู่หรือไม่ คิดว่า ทุกท่านคงมีคำตอบไว้ในใจแล้ว ใช่มั้ยค่ะ
ธรรมะฝึกจิต ๗ เรื่อง
· ธรรมะของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล
· หลักธรรม ที่บูรพาจารย์ยกย่อง
· มรดกธรรมของหลวงปู่บุญจันทร์ กมโล
· ‘ผลแห่งความเพียร’ ธรรมะจากหลวงปู่บุญจันทร์
· โอวาทธรรมแห่งพระคุณเจ้าธมฺม วิตกฺโก
ธรรมะโดนใจ ๒ เรื่อง
Salunya Village Soi. 2
Bangkhuntien Bangkok 10150
Tel : 08-1258-3495
Email : dhamma5mins@hotmail.com